แบงก์ทีเอ็มบี

เมื่อวานนี้ราคาหุ้นแบงก์ทีเอ็มบี TMB ร้อนแรงมาก

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

เมื่อวานนี้ราคาหุ้นแบงก์ทีเอ็มบี TMB ร้อนแรงมาก

บวก 0.13 บาท ปิด 1.66% เปลี่ยนแปลง +8.580% มูลค่าการซื้อขาย 1,561 ล้านบาท

จำไม่ได้ว่า ราคาหุ้นทีเอ็มบี ปิดตลาดด้วยเปอร์เซ็นต์สูงขนาดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หรืออาจจะนานมามาก ๆ แล้วล่ะ

มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแบงก์แห่งนี้

สังเกตกันไหมว่า ราคาหุ้นของทีเอ็มบี เวลาจะปรับขึ้นนั้น ส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยที่ไม่ได้เกี่ยวกับผลประกอบการ

ทว่า มักจะมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การมีผู้ถือหุ้นรายใหม่ ฯลฯ

ส่วนกรณีล่าสุด คือการควบรวมกิจการกับแบงก์ธนชาต หรือ TBANK

เริ่มแรกนั้น ราคาหุ้นเหมือนจะดีดขึ้นเพื่อรับข่าวดังกล่าว

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ราคาหุ้นค่อย ๆ ร่วงลง จนหลุดระดับ 2.00 บาท และหลุด 1.50 บาท

ราคาหุ้นที่ปรับลง สะท้อน หรือฟ้องให้นักลงทุนทราบว่า  ราคาหุ้นกับธุรกรรมการควบรวมในครั้งนี้ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ จนยากต่อการเล่นแบบเก็งกำไร

ราคาใช้สิทธิ TSR ที่ระดับ 1.40 บาทนั้น

ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเรื่องของ Dilute effect เพราะราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคากระดานค่อนข้างมาก

ก่อนที่จะเริ่มมีการแจ้งการใช้สิทธิ TSR

ราคาหุ้น TMB ปรับตัวลงมาเรื่อย ๆ

และมาอยู่บริเวณ 1.40-1.41 บาท

หลังจากนั้น ราคาฟื้นตัวต่อเนื่อง และปิดตลาดในแดนบวกมาตลอด

โดยในช่วง 6 วันทำการล่าสุด

ราคาหุ้นทีเอ็มบีปิดบวก 1 วัน และไม่เปลี่ยนแปลง 1 วัน

ในช่วงที่ราคาลงมา 1.40 บาทต่อหุ้นนั้น

บรรดานักวิเคราะห์ของโบรกฯ ต่าง ๆ แนะนำให้ “ทยอยซื้อ” เพราะมองว่า ราคาลงมาต่ำกว่าพื้นฐานเกินไป

ประกอบกับ หลังการควบรวมกับแบงก์ธนชาตและเกิดเป็นธนาคารแห่งใหม่ จะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างมาก ดังนั้น การซื้อถือยาว ๆ จึงนับว่าเหมาะ หรือเป็นโอกาสที่ดีนั่นแหละ

เข้าใจว่า การกลับมาไล่ราคาหุ้นทีเอ็มบีครั้งล่าสุดนี้

มาจาก 3-4 ปัจจัยหลัก

เช่น หุ้นลงมาต่ำมาก และแบงก์เองจะมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.03 บาทต่อหุ้น

และกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 พ.ย.นี้

เฉพาะประเด็นดังกล่าว กำลังถูกจับตาว่า หากเป็นเช่นนั้น แล้ว

มีปุจฉาว่า ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ (หรืออาจจะเป็นวันที่ 28 พ.ย.นี้ ก็ได้) จะเกิดการขายทำกำไรหรือไม่ โดยเฉพาะนักลงทุนที่เข้าไปเก็บไม้ใหญ่ในช่วงราคาหุ้นลงมาแตะ 1.40–1.41 บาทต่อหุ้น

วิสัชนา : ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้จะรับทันที 2 เด้ง จากส่วนต่างของราคาหุ้น (Capital gain) และเงินปันผล 0.03 บาท

ส่วนนักลงทุนที่ได้รับสิทธิ TSR มา (ซึ่งหุ้นยังไม่ได้เข้ามาในพอร์ต) ก็ยังต้องรอต่อไป (แต่ได้เงินปันผล 0.03 บาท)

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเงินปันผล และราคาหุ้นลงมาต่ำกว่าพื้นฐานค่อนข้างมาก

ยังมีอีกประเด็นคือ ราคาที่ กลุ่มทุนธนชาต และ โนวาสโกเทีย ใช้สิทธินั้น จะอยู่ที่ 2.18 บาทต่อหุ้น หรือสูงกว่าราคาในกระดานขณะนี้ค่อนข้างมาก

มีปุจฉาอีกว่า แล้วมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นไปถึง ณ จุดนั้นหรือไม่

คำถามนี้คงตอบยาก เพราะเราเอาแน่อะไรกับตลาดหุ้นไม่ได้

แต่ในหลักการแล้ว ราคามันก็ควรจะวิ่งไปหาตรงนั้น (2.18 บาท) เพียงแต่ว่า จะต้องใช้เวลาบ้าง

เพราะไม่เช่นนั้น เท่ากับว่า TCAP กับ โนวาสโกเทีย จะขาดทุนทันที