สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ธ.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ธ.ค. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาด้วยความคาดหวังว่าสหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ก่อนที่มาตรการภาษีรอบใหม่ของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ตามกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในคืนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,677.79 จุด เพิ่มขึ้น 28.01 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,117.43 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด หรือ +0.15% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.70 จุด เพิ่มขึ้น 4.03 จุด หรือ +0.05%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของเยอรมนี ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลบ 0.13% ปิดที่ 402.66 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,054.80 จุด ลดลง 85.77 จุด หรือ -0.65% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,137.85 จุด ลดลง 50.65 จุด หรือ -0.70% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,801.55 จุด เพิ่มขึ้น 1.87 จุด หรือ +0.03%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) โดยหุ้นกลุ่มส่งออกถูกกดดัน เนื่องจากเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอังกฤษจะชนะการเลือกตั้งทั่วประเทศด้วยเสียงข้างมากในวันที่ 12 ธ.ค.นี้

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,137.85 จุด ลดลง 50.65 จุด หรือ -0.70%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตร หรือโอเปกพลัส โดยมีการคาดการณ์กันว่าที่กลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น เพื่อพยุงราคาน้ำมัน และป้องกันภาวะอุปทานล้นตลาดในปีหน้า

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ปิดทรงตัวที่ระดับ 58.43 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 39 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 63.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้เพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ นอกจากนี้ การที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวในกรอบแคบๆ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ระดับ 1,483.10 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 14.3 เซนต์ หรือ 0.85% ปิดที่ 17.059 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.2 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 900.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 1,845.70 ดอลลาร์/ออนซ์

 

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอังกฤษวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในคืนนี้

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3159 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3097 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1099 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1074 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6831 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ  0.6851 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.74 เยน จากระดับ 108.91 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9869 ฟรังก์ จากระดับ 0.9893 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3173 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3190 ดอลลาร์แคนาดา