สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 ธ.ค. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 ธ.ค. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในหลักการสำหรับดีลการค้าเฟสแรกกับจีนแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,132.05 จุด พุ่งขึ้น 220.75 จุด หรือ +0.79% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,168.57 จุด เพิ่มขึ้น 26.94 จุด หรือ +0.86% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,717.32 จุด เพิ่มขึ้น 63.27 จุด หรือ +0.73%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความเห็นของนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) หลังการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน และตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนเส้นตายวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งสหรัฐกำหนดเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนครั้งใหม่

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.33% ปิดที่ 407.58 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,884.26 จุด เพิ่มขึ้น 23.39 จุด หรือ +0.40%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,221.64 จุด เพิ่มขึ้น 74.90 จุด หรือ +0.57% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,273.47 จุด เพิ่มขึ้น 57.22 จุด หรือ +0.79%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายขณะรอดูผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,273.47 จุด เพิ่มขึ้น 57.22 จุด หรือ +0.79%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) ขานรับมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากมีรายงานว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในหลักการสำหรับดีลการค้าเฟสแรกกับจีนแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 42 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 59.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 48 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 64.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนส่งสัญญาณคืบหน้า นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายังสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 2.7 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 1,472.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.59% ปิดที่ 16.949 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 5.3 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ 944.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 29.10 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 1,914.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อรายงานว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในหลักการสำหรับดีลการค้าเฟสแรกกับจีนแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.34 เยน จากระดับ 108.49 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9858 ฟรังก์ จากระดับ 0.9816 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3184 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3164 ดอลลาร์แคนาดา

สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1111 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1138 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3132 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3208 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6898 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6888 ดอลลาร์สหรัฐ