BEAUTY เก็งกำไรคึก! 3 วันวิ่ง 22% รับนักท่องเที่ยวจีนฟื้น-ลุ้น Q4/62 สดใสซื้อเป้า 2.20 บ.

BEAUTY เก็งกำไรคึก! 3 วันวิ่ง 22% รับนักท่องเที่ยวจีนฟื้น-ลุ้น Q4/62 สดใสซื้อเป้า 2.20 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY  ณ เวลา 11.30 น. อยู่ทีระดับ 2.04 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 10.87% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 331.95 ล้านบาท ราคาหุ้นบวกแรง 3 วันติดโดยนับตังแต่หุ้นยืนที่ระดับ 1.67 บาท เมื่อวันที่  27 ธ.ค.62 จนถึงล่าสุดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 22.15% คาดเก็งกำไรหลังตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวต่อเนื่องหนุนธุรกิจ และลุ้นผลการดำเนินงานไตรมาส 4/62 สดใสรับไฮซีซั่น

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวรวม พ.ย. 2562 เพิ่มขึ้นอีก +6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจีนที่เติบโตได้ดี +18% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาระบุจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน พ.ย. 2562 อยู่ที่ 3.4 ล้านคน ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 โดยเพิ่มขึ้นได้ +6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น +13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยนักท่องเที่ยวหลักอย่างจีนกลับมาเติบโตได้ที่ +18% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโตชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ +28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะเดือนก่อนมีวันชาติจีนเข้ามาช่วยหนุน แต่ยังคงเติบโตได้จากฐานต่ำในปีก่อนที่มีเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ส่วนนักท่องเที่ยวอินเดียยังเติบโตได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง +23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ภาพรวมใน 11 เดือน 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 35.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น +4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนยังครองอันดับสูงสุดที่ 24%

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ธ.ค. 2562 มีแนวโน้มโตได้อย่างชะลอตัวลงจากฐานสูงในปีก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวรวมใน 11 เดือน 2562  คิดเป็น 91% จากที่คาดการณ์ทั้งปีที่ 39.2 ล้านคน (+2.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ธ.ค. 2562 จะมีโอกาสเติบโตชะลอตัวลงเพราะฐานสูงจากปีก่อนที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต และเริ่มเข้าสู่ช่วง high season ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 4/2562 ยังมีโอกาสเติบโตได้จากไตรมาส 4/2562 ที่ +7.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วง high season

บล.ฟิลลิป  ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BEAUTY  แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.20 บาท/หุ้น โดยไตรมาส 4/62 คาดฟื้นตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าได้ต่อ: ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ยังมีต่อเนื่องจากไตรมาส 3/62บวกกับยอดขายในประเทศที่คาดดีขึ้นหลังเข้าสู่ High Season เช่นเดียวกับยอดขายจากต่างประเทศที่คาดค่อยๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มากขึ้นจากการเพิ่มจุดจำหน่าย ทางฝ่ายจึงคาดกำไรไตรมาส4/2562 มีโอกาสฟื้นตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าแตะระดับ 67 ลบ.

ทางฝ่ายกลับมามีมุมมองบวกต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของ BEAUTY และคาดหวังเห็นผลบวกเต็มที่ในไตรมาส4/663 ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันตอบรับประเด็นลบมากเพียงพอแล้ว ดังนั้นทางฝ่ายจึงเพิ่มคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมประเมินราคาพื้นฐานปี 63 อยู่ที่ 2.20 บาท

อนึ่งก่อนหน้านี้ นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY  เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้  คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตต่อเนื่อง จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้กลับมาคึกคักในช่วงปลายปี 62 ซึ่งบริษัทจะเดินหน้าทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย  ออกโปรโมชั่นต่างๆจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับลูกค้าสมาชิก อาทิ กิจกรรมครบรอบ 12 ปี BEAUTY BUFFET  โปรโมชั่น 11.11 เพื่อกระตุ้นยอดขาย

นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มลูกค้า  ตลาดในประเทศจะมีการปรับคอนเซ็ปต์และรูปแบบของช่องทางจำหน่ายหลัก รวมทั้งพัฒนาโมเดลใหม่ๆในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น  ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย Commerce Business เช่น E-Commerce, ช่องทางสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) จะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตและรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากช่องทางดังกล่าวมีต้นทุนดำเนินการต่ำ และเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

สำหรับตลาดต่างประเทศ ขยายไปในตลาดที่หลากหลายมากกว่า10 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ เวียดนาม ลาว ไต้หวัน ฮ่องกง บรูไน ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น โดยจะมุ่งเน้นขยายตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ จีน พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม

นายแพทย์สุวิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของตลาดจีนซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญ เริ่มมีสัญญาณที่ดีจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้งในกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้โดยตรง ประกอบด้วย แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ   ของจีน (CBEC : Cross Border E-Commerce) และ ตลาดร้านค้าทั่วไป (General Trade) ตั้งเป้ามีจุดจำหน่ายสินค้าภายในสิ้นปีมากกว่า 33,000 จุดจำหน่าย จากปัจจุบันที่มีจุดจำหน่าย 28,000 แห่ง และมีกระแสตอบรับที่ดีจากช่องทาง E-Commerce ในประเทศจีน

รวมถึงมีการทำการตลาดร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อสร้างการยอมรับในสินค้าและแบรนด์ BEAUTY อาทิ เทศกาล วันคนโสด 11.11 หรือ Single Day ของอาลีบาบาในประเทศจีน สินค้าของบริษัทจำหน่ายผ่านช่องทาง TMALL เติบโตถึง 48 % เมื่อเทียบปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจหลายช่องทางทำให้  BEAUTY มีศักยภาพเติบโต การปรับกลยุทธ์โครงสร้างการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งสินค้า BEAUTY ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคจีนและประเทศเขตเอเซีย มีแนวโน้มการเติบโตเห็นได้ชัดเจน เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

คำค้น