
ฝรั่งขายได้อีก 2.50 หมื่นล้าน
ผลพวงจากการขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้ยอดขายสะสมขึ้นไปแตะระดับ 3.35 หมื่นล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องรีบสืบค้นข้อมูล
ผลพวงจากการขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้ยอดขายสะสมขึ้นไปแตะระดับ 3.35 หมื่นล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องรีบสืบค้นข้อมูลกลับไปว่า ณ เวลานี้ต่างชาติยังมีหุ้นที่จะออกมาได้อีกเท่าไหร่? และข้อมูลที่ปรากฏออกมาก็คือ ขายได้อีกประมาณ 2.50 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความสั่นทะเทือนต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญนะจ๊ะ
งานนี้ไม่ได้พูดให้แฟนคลับตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ แต่ต้องการสื่อให้เห็นสภาพของหุ้นไทยต้องเจออะไรต่อจากนี้ หลังมีการพูดถึงเรื่องราคาน้ำมันจะกลับขึ้นไปยืนเหนือ 100 เหรียญต่อบาร์เรลอีกครั้ง ขณะที่บางกระแสพูดกันไปถึง 200 เหรียญต่อบาร์เรล รวมทั้งเรื่อง “สหรัฐฯ” กับ “อิสราเอล” กำลังตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำต่อสงครามที่ก่อขึ้นมาเอง ซึ่งจะทำให้ปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายเจ้าค่ะ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงออกมาอีกระลอก จนดัชนีย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,409.35 จุด ลบไป 20.45 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.04 หมื่นล้านบาท แต่ยังยืนหยัดเหนือแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา 1,400 จุดได้แบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ทำให้เห็นว่า ยังมีนักลงทุนบางกลุ่มกล้าซื้อสวนเมื่อหุ้นย่อตัวลงมา ซึ่งทำให้นักเล่นคาดหวังดัชนีจะเด้งกลับในสัปดาห์นี้พะยะค่ะ
เหมือนกับในรายของ KTB ซึ่งทุกคนเห็นกันทนโท่ว่า การยืนปิดที่ระดับ 34.25 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.71 พันล้านบาท คือการเทรดบน PE 10 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งเมื่อรัฐบาลเริ่มเดินเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อไหร่? แบงก์นี้คือหัวหอกในการทำเรื่องต่าง ๆ และจะมีการรับรู้รายได้ในมุมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นแบบนี้..หุ้นก็ต้องเด้งไม่ใช่เหรอคะ
เช่นเดียวกับในรายของ CPALL ที่กำลังอยู่ในช่วงไซด์เวย์ดาวน์ โดยมีฐานแนวรับแรกอยู่ที่ระดับ 46 บาท และมีฐานถัดมาอยู่ที่ระดับ 42 บาท ก็เป็นช็อตที่เหมาะต่อการเล่นเก็งกำไรอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสิ่งที่นักเล่นส่วนใหญ่รับรู้ก็คือ ผลงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังโตดี และทุกปีก็มีความกังวลว่าจะไม่โต อีฉันเลยอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ 46.50 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 1.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.87 พันล้านบาท ท่ามกลาง PE 14 เท่า น่ากลัวไหม?
อีกตัวที่น่าสนใจในแง่ของการลงทุนระยะกลาง อีฉันขอมองไปที่หุ้น CK เพื่อสอดรับกับเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่จะทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจหมุนได้ดีขึ้น และถ้ามองการย่อตัวลงมายืนอยู่ที่ระดับ 15.50 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 114 ล้านบาท ทั้งที่ 2 สัปดาห์ก่อนยืนอยู่ที่ระดับ 18 บาทแบบนี้..น่าสนใจไหมล่ะคะ
เช่นเดียวกับในรายของ AMATA ซึ่งดูเหมือนจะหมดรอบเล่น แต่ยังมีแรงซื้อไหลเข้ามาเป็นช่วง ๆ เลยทำให้เชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 18.30 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 223 ล้านบาท เหมาะต่อการเล่นเก็งกำไรสั้น ๆ แถมนักวิเคราะห์มองเรื่องขายที่ดินยังไปได้สวย เพราะรัฐบาลเร่งอนุมัติโครงการต่าง ๆ ที่บริษัทข้ามชาติขอสิทธิประโยชน์ไว้แบบนี้..ซื้อสวนเลยดีกว่านะคะ
ในเมื่อเงินกำลังจะหมุนไป..กำลังจะหมุนไป “โมนิก้า” ย่อมมองไปที่หุ้น SAWAD เพื่อชี้ให้เห็นโอกาสในการทำกำไรย่อมเปิดกว้างตามไปด้วย ผนวกกับการที่หุ้นลงมานอนแอ้งแม้งที่ฐานหุ้นบริเวณ 24.60 บาท ลบไป 0.90 บาท หรือลงไป 3.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 273 ล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะของการลุ้นเด้งกลับช่วงสั้น ๆ ได้เช่นกัน เพราะสถานการณ์วันนี้ไม่ได้ปิดตายเหมือนเมื่อก่อนนะซี
โมนิก้าและทีมงาน