เคาะ 13 หุ้นพื้นฐานแกร่งเด้งกลับ! หลังราคาลงลึก-สถานการณ์ “สหรัฐ-อิหร่าน” เริ่มคลี่คลาย

เคาะ 13 หุ้นพื้นฐานแกร่งเด้งกลับ! หลังราคาลงลึก-สถานการณ์ “สหรัฐ-อิหร่าน” เริ่มคลี่คลาย

ทิศทางตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคหลังจากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่านจะไม่รุนแรง โบสหรัฐเปิดเผยว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐ และหากอิงจากถ้อยแถลงของ ปธน. ทรัมป์ ที่จะตอบโต้ในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าการก่อสงคราม ทำให้ตลาดเริ่มคลายกังวลในระยะสั้นว่าจะไม่เกิดสงครามจนมีผู้เสียชีวิต

โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวานนี้(9 ม.ค.63) ดัชนีปิดที่ระดับ 1,579.64 จุด บวก 20.37 จุด หรือ 1.31% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 66,545.29 ล้านบาท ขณะเดียวกันโบรกฯได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยแนะเก็งกำไรหุ้น SET50 ที่ปรับลงแรงในสัปดาห์นี้ อาทิ IVL ,EA,WHA,TMB,KBANK ,MINT,SCC,SCB,AOT,KCE และกลุ่มก่อสร้าง STEC,CK,SEAFCO มีโอกาสเด้งกลับแรงหลังราคาลงลึก และคลายกังวลหลังสถานการณ์ “สหรัฐ-อิหร่าน” เริ่มคลี่คลาย

นอกจากนี้ทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้รวบรวมราคาหุ้น SET50 ที่ปรับตัวลงแรงตามตั้งแต่วันที่ 6-8 ม.ค.63 โดยมีทั้งกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลงแรงเกิน5% และกลุ่มหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชีมานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกลงทุนอีกทางดังตารางประกอบ

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่านจะไม่รุนแรงไปกว่านี้ เนื่องจากจะกระทบคะแนนเสียงของทรัมป์หากสถานการณ์บานปลาย ประเมินว่าจะเน้นการตอบโต้เชิงเศรษฐกิจมากกว่าการสงคราม กลยุทธ์การลงทุน แนะเก็งกำไรหุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้า เช่น AOT, KCE และ กลุ่มก่อสร้าง อย่าง STEC, CK, SEAFCO

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลยุทธ์หลังจากที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยกล่าวเพียงว่าสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้อิหร่าน โดยจะใช้วิธีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายโมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่กล่าวว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐเป็นไปอย่างเหมาะสม และอิหร่านไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้ง หรือการทำสงคราม

คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวขึ้นแรงไปทดสอบระดับ 1580+/- จุด นำโดยหุ้นที่ถูกแรงขายออกมาหนักก่อนหน้านี้จากความกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่อาจจะพัฒนาเป็นสงครามและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น

โดยประเมินจะมีการทำ sector rotation โดยการขายหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP PTT) ไปยังกลุ่มธนาคาร ในขณะที่หุ้นกลุ่มปลอดภัย (defensive) อย่างกลุ่มไฟฟ้าสื่อสาร โรงพยาบาล ที่เป็นที่พักเงินก่อนหน้านี้ก็อาจจะถูกแรงขายสลับไปยังกลุ่ม high beta ที่ลงมาแรงอย่างกลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว รับเหมาฯ วัสดุก่อสร้าง อสังหาฯ นิคมฯ ค้าปลีกปิโตรเคมี โรงกลั่น อิเลกโทรนิคส์

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น high beta ที่คาดว่าจะฟื้นตัวแรงอย่าง AOT CENTEL MINT SCC LH SPALI AMATA WHA BJC CPALL IVL PTTGC SPRC TOP KCE HANA โดยให้แนวรับที่ 1565-1560 จุดและแนวต้านที่ 1580-1585 จุด แนะนำ ซื้อเก็งกำไร MINT PTTGC SPALI TOP WHA

Themes play :IVL EA WHA TMB KBANK MINT SCC SCB : จากที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวแถลงการณ์ต่อชาวอเมริกันโดยยืนยันว่า ไม่มีชาวอเมริกันที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการที่อิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวานนี้

ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยกล่าวเพียงว่าสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกในการตอบโต้อิหร่าน โดยจะใช้วิธีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า อิหร่านมีท่าทีที่อ่อนลง หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก

ซึ่งคำพูดดังกล่าวของปธน.ทรัมป์สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายโมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่กล่าวว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐเป็นไปอย่างเหมาะสม และอิหร่านไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้ง หรือการทำสงคราม

ดังนั้นคาดว่าหุ้นใน SET50 ที่ปรับลดลงแรงในสัปดาห์นี้จากการขายของกองทุนรวมไปกว่า 5.8 พันล้านบาท จะมีโอกาสฟื้นตัวสูงโดยหุ้นดังกล่าวประกอบไปด้วย IVL (ปรับลดลง -12.9% ในสัปดาห์นี้) EA (-12%) WHA (-9.8%) TMB (-8.3%) KBANK (-7.3%) MINT (-6.9%) SCC (-6.9%) SCB (-6.6%)

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน