จังหวะสอย! 18 หุ้น “ต่ำบุ๊ก” เซ่นดัชนีทรุด 45 จุด แถม “ดิวิเดนด์ยีลด์” สูงปรี๊ดเกิน 5%

จังหวะสอย! 18 หุ้น "ต่ำบุ๊ก" เซ่นดัชนีทรุด 45 จุด แถม "ดิวิเดนด์ยีลด์" สูงปรี๊ดเกิน 5%

สืบเนื่องจากกรณีวานนี้ (27 ม.ค.63) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดที่ระดับ 1,524.15 จุด ลดลง 45.40 จุด หรือ -2.89% สูงสุดที่ระดับ 1,548.11 จุด ต่ำสุดที่ระดับ 1,519.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 69,174.18 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่มีการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

โดยจากการที่ดัชนีปรับตัวลดลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น หรือ (Price/Book Value) ดังนั้น “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงได้ทำการรวบรวมหุ้นดังกล่าวที่มีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน และมี P/E ต่ำกว่าตลาดหลักทรัพย์ที่ระดับ 18.65 เท่า (อิงจาก ณ วันที่ 27 ม.ค.63) รวมถึงมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (dividend yield) เกินระดับ 5% ดังนี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลในตารางดังกล่าว จะเห็นได้ว่าหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมากสุด 5 อันดับแรกคือ ANAN, AQUA, SIRI, BLAND และ PF ขณะที่หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูง 5 อันดับแรก คือ SPALI, AP, SCB, TCAP และ SAT

ล่าสุด นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวานนี้ (27 ม.ค. 2563) ปรับตัวลดลงรุนแรง เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่เปิดทำการซื้อขายในวานนี้ และถือเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบโรคไวรัสโคโรน่า

โดยวานนี้ตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นประเทศต้นเรื่องของไวรัสโคโรน่า ปิดทำการซื้อขาย แต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศอาเซียน ที่เปิดทำการซื้อขาย ก็ได้รับผลกระทบเหมือนตลาดหุ้นไทย แต่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาโดยตรง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มขนส่ง ดังนั้นจึงส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการรายงานข้อมูลอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหนต่อประเทศไทย ดังนั้น จึงทำให้คาดว่าในช่วงนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนค่อนข้างเยอะ แต่หากมีข้อมูลของไวรัสดังกล่าวที่ชัดเจนแล้ว เชื่อว่าจะส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับผลกระทบฟื้นตัวได้ดีขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีของการลงทุน

ขณะเดียวกัน นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันนี้ เป็นไปในแนวทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งเกิดความกังวลต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดย ก.ล.ต.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจจัดการลงทุน รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และขอแนะนำให้ผู้ลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน