อย่าให้ ‘อคติ’ ซ้ำเติมวิกฤต

ท่ามกลางความหวั่นวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้เกิดกระแสรังเกียจคนจีนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้าใจยิ่งนักและยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤตเข้าไปอีก

พลวัตปี 2020 : ฐปนี แก้วแดง(แทน)

ท่ามกลางความหวั่นวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้เกิดกระแสรังเกียจคนจีนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้าใจยิ่งนักและยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤตเข้าไปอีก

ในบ้านเรามีกรณีที่ร้านอาหารและที่พักบางแห่งขึ้นป้าย “ขออภัยไม่รับจีนและลูกค้าต่างชาติ” จนทำให้เกิดคอมเมนต์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ในอังกฤษ แซม ฟาน นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ได้เขียนบทความลงในเดอะ การ์เดียนว่า เชื้อชาติของเขาได้ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลชนที่ได้รับเชื้อโรคและเป็นตัวคุกคามโดยคนมองเขาว่าเป็นคนนำเชื้อไวรัส ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับเขามาก เขาเล่าว่าเมื่อไปนั่งบนรถเมล์ คนที่นั่งถัดจากเขารีบเก็บของและลุกขึ้นยืนเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะนั่งข้าง ๆ เขา

ในเกาหลีใต้ ทางเข้าภัตตาคารซีฟู้ดแห่งหนึ่งในกรุงโซล ขึ้นป้ายเป็นภาษีจีนสีแดงว่า ไม่ต้อนรับชาวจีนเช่นกัน และสหภาพคนส่งอาหารเรียกร้องขอไม่ส่งอาหารในพื้นที่ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ในแคนาดาผู้ปกครองของโรงเรียนแห่งหนึ่งในออนตาริโอ ได้ขอให้คณะกรรมการโรงเรียนขอร้องให้ผู้ปกครองที่มีลูกหลานหรือครอบครัวที่เพิ่งเดินทางกลับจากอู่ฮั่นอยู่กับบ้านและกักตัวเองเป็นเวลาอย่างน้อย 17 วัน

ในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้สหรัฐฯ ปฏิเสธการเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่เดินทางในจีนภายในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

นี่คือตัวอย่างกระแสรังเกียจคนจีน ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก  ซึ่งในขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่รุนแรงอย่างไม่คาดคิด  ทำให้รัฐบาลหลายประเทศต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ที่ต้องแก้นอกเหนือจากการพยายามควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส

ในมาเลเซียซึ่งเป็นสังคมที่มีหลายเชื้อชาติ ได้จับกุมประชาชน 5 คน ฐานเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับไวรัสทางออนไลน์ และนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียจะจัดการกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมเพื่อปลูกฝังความกลัวในหมู่ชาวมาเลเซียและก่อให้เกิดความเกลียดชังทางเชื้อชาติ

มหาธีร์ให้สัมภาษณ์กับเซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ ว่า แม้มาเลเซียเชื่อมั่นในเสรีภาพของสื่อแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสื่อจะสามารถปั่นหัวประชาชนและทำให้คนเป็นปรปักษ์ต่อกันได้

กระแสรังเกียจคนจีนเริ่มดังขึ้นจนเข้าหูรัฐบาลจีน  กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้แถลงเมื่อวานนี้ว่า บางประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ ได้แสดงปฏิกิริยาต่อการระบาดของไวรัสโคโรนาเกินกว่าเหตุ โดยสหรัฐฯ ได้แพร่ความกลัวแทนที่จะเสนอให้ความช่วยเหลือเนื่องจากเป็นชาติแรกที่ได้ออกมาตรการห้ามนักเดินทางชาวจีน โดยทั้งหมดที่สหรัฐฯ ได้ทำมีแต่จะทำให้ความหวาดกลัวแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี

ความเห็นของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และคนชาติอื่นควรรับฟัง แม้ว่าต้นเหตุของการระบาดในครั้งนี้จะมาจากเมืองจีนและมีเหตุผลที่เราจะกลัวการระบาดมากเป็นธรรมดา แต่อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ใคร ๆ ก็ต้องการรุมตอมจีนมาช่วยอุดหนุนเศรษฐกิจกันทั้งนั้น  การรังเกียจเดียดฉันท์แบบเหมาเชื้อชาติในขณะนี้ มันเหมือนคนใจดำที่พอคนล้มแล้วไปเหยียบซ้ำ

วันนี้เราอาจจะกลัวคนจีน แต่วันข้างหน้าเราคงต้องง้อคนจีนให้มาเที่ยวบ้านเราอย่างแน่นอนเพราะการท่องเที่ยวคือเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังเป็นปริศนาที่มนุษย์ยังไม่รู้อีกมาก มันน่าจะดีกว่าที่เราจะถ้อยทีถ้อยอาศัยและช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อกู้วิกฤต  อย่าให้ “อคติ” สร้างความเกลียดชังและเกิดการเหยียดเชื้อชาติอีกเลย