ดักเก็บ 4 หุ้นตัวท็อป! รับปัจจัยบวกสต๊อกน้ำตาลโลกหดตัว ดันราคานิวไฮรอบ 3 ปี

ดักเก็บ 4 หุ้นตัวท็อป! รับปัจจัยบวกสต๊อกน้ำตาลโลกหดตัว ดันราคานิวไฮรอบ 3 ปี

จากการสำรวจข้อมูลของทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” พบว่า ราคาน้ำตาลโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้(13 ก.พ.63) ราคาน้ำตาลอยู่ที่ระดับ 15.378 เซ็นต์ปอนด์ โดยราคาทำนิวไฮในรอบเกือบ 3 ปี โดยเทียบตั้งแต่ราคาน้ำตาลโลกขึ้นไปทดสอบระดับระดับ 15.87 เซ็นต์ต่อปอนด์เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2560

โดยการปรับขึ้นของราคาน้ำตาลนั้นมาจากการผลิตที่คาดว่าจะลดลง โดย F.O. Licht สถาบันวิจัยที่เชี่ยวชาญทางด้านสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโดยเฉพาะน้ำตาลนั้นระบุว่า การผลิตน้ำตาลทั้งโลกในปี 63 คาดจะอยู่ที่ 175.1 ล้านตัน ลดลง 9.8 ล้านตันจากปี 2562 ที่ผลิตได้ 185 ล้านตัน

ในขณะที่การบริโภคในปี 63 คาดว่าจะอยู่ที่ 85 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปี 62 ซึ่งอยู่ที่ 183 ล้านตัน นอกจากนั้นแล้วยังมองการนำเข้า และส่งออกน้ำตาลเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ราว 4.1% และ 3.25% ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้สต๊อกน้ำตาลสิ้นปี 63 คาดเหลืออยู่ 67.4 ล้านตัน จาก 78.3 ล้านตัน ณ ต้นปี 63 ส่งผลให้ปี 63 จะขาดดุล 10.5 ล้านตัน

ส่วนทางด้านประเทศไทยนั้นคาดจะลดการผลิตน้ำตาลลงจากเดิม 14.5 ล้านตันในปี 2562 เหลือ 11.5 ล้านตันในปี 2563

แน่นอนหากภาวะน้ำตาลโลกในปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลมากขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนราคาขายน้ำตาลส่งออกเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มน้ำตาลอาทิ KSL KBS BRR และ KTIS ขยับขึ้นรอบใหม่อีกครั้ง

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 15 เซนต์ต่อปอนด์ (+14% YTD, +18% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่ พ.ค. 2560 โดยมาจากคาดการณ์ปริมาณผลผลิตน้ำตาลโลกปีนี้จะลดลงราว 2.8 ล้านตัน มาอยู่ที่ 181.48 ล้านตัน ในขณะที่คาดปริมาณความต้องการบริโภคน้ำตาลจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านตันเป็น 186.5 ล้านตัน ส่งผลให้ภาวะน้ำตาลโลกในปีนี้จะเข้าสู่ภาวะขาดดุลมากขึ้น และเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อยู่ที่ราว -5 ล้านตัน จากปี 2563 ที่ขาดดุลเล็กน้อย -0.14 ล้านตัน (ข้อมูลจาก F.O.Licht) บนภายใต้สมมติฐานว่าปริมาณอ้อยของไทยจะลดลงมาอยู่ที่ 100 ล้านตัน (-24% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)

คาดราคาน้ำตาลตลาดโลกจะปรับขึ้นต่อไปอยู่ที่ราว 16 – 16.5 เซนต์ต่อปอนด์ จากทั้งภาวะขาดดุลน้ำตาลโลกที่สูงกว่าคาด แต่ยังไม่คิดว่า Upside ราคาน้ำตาลจะเปิดกว้างไปแตะระดับ 18-20 เซนต์ต่อปอนด์ เพราะยังมีหลายปัจจัยที่กดดันราคาน้ำตาล เช่น 1) แม้ปริมาณน้ำตาลจากอินเดียจะลดลง แต่ปริมาณสต็อกยังสูง และรัฐบาลยังอุดหนุนการส่งออก จึงคาดอินเดียจะมีการส่งออกน้ำตาลมากขึ้นเป็น 6 ล้านตันในปีนี้ จาก 4.5 ล้านตันในปีก่อน 2) ยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก อาจกระทบต่อกำลังซื้อ และความต้องการบริโภค ไม่ได้เพิ่มมากตามที่ตลาดคาด และ 3) ผู้ส่งออกน้ำตาลมากเป็นอันดับ 1 ของโลกอย่าง บราซิล คาดว่าจะมีปริมาณน้ำตาลทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน กอปรกับค่าเงินเรียลยังอ่อนค่า ล่าสุดอยู่ที่ 4.33 BRL/USD อ่อนค่า 7.6% YTD และ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นบวกต่อผู้ส่งออกน้ำตาลของบราซิล และเป็นลบต่อราคาน้ำตาลตลาดโลก

สำหรับหุ้นกลุ่มน้ำตาล จะได้รับผลบวกจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับขึ้น โดยราคาขายน้ำตาลส่งออกเฉลี่ยปี 2562 อยู่ที่ระดับ 13 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งหากราคาน้ำตาลขยับขึ้นได้ตามคาดไปอยู่ที่ 16 เซนต์ต่อปอนด์ อาจหนุนราคาขายส่งออกปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถชดเชยปริมาณขายน้ำตาลในปีนี้ที่จะลดลงถึง 40% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนได้

นอกจากนี้ด้วยปริมาณอ้อยที่ลดลง อาจกระทบต่อไปยังธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ อาทิ ธุรกิจไฟฟ้า (ที่ต้องใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิง) และธุรกิจเอทานอล (ที่ต้องใช้กากน้ำตาล ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล) ซึ่งมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับปริมาณผลผลิตอ้อย  มีแนวโน้มว่าผลประกอบการอาจยังไม่ได้สดใสตามราคาน้ำตาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในอดีตพบว่าราคาหุ้นกลุ่มน้ำตาล มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำตาล ดังนั้นจึงแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำตาลตามแนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลกมีทิศทางขาขึ้น และให้ระมัดระวังในช่วงใกล้ประกาศงบ

โดย KTIS KBS BRR มีรอบบัญชี ม.ค. – ธ.ค. ส่วน KSL รอบบัญชีต่างจากบริษัทอื่นในกลุ่ม ซึ่งมีรอบบัญชี พ.ย. – ต.ค. และเลือก Top Pick คือ KSL ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจน้ำตาลรายใหญ่สุดในกลุ่มที่จดทะเบียนในตลท.,มีธุรกิจที่หลากหลายครบวงจร, ราคาหุ้นมีสภาพคล่องมากสุด, มี Sentiment เชิงบวกจากแผนนำบริษัทร่วม (BBGI) เข้าจดทะเบียนในตลาดฯช่วง 2H20 และราคาหุ้นปัจจุบันเทรดต่ำกว่า BVS สิ้นปี 2019 อยู่ที่ 4.22 บาท/หุ้น