
เปิดโผ 11 หุ้น รับส่งออกไทย มี.ค. โตแรง 18.7% ชู ITC-CPF-KCE-HANA ตัวท็อป
“พาณิชย์” เปิดตัวเลขส่งออกไทยเดือนมีนาคม 2569 โตแรง 18.7% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ “บล.ฟิลลิป” ชี้เป้า ITC-CPF-TFG-GFPT-BTG-HANA-KCE-TVO-UVAN-PCE-KSL รับอานิสงส์เต็ม จากสินค้าอาหาร-อิเล็กทรอนิกส์-น้ำมันพืช-น้ำตาล
ตัวเลขส่งออกไทยเดือนมีนาคม 2569 กลายเป็นสัญญาณบวกสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย หลังมูลค่าส่งออกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางแรงหนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมบางประเภทที่กลับมาขยายตัวโดดเด่น
ประเด็นดังกล่าวทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกกลับมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันพืช และน้ำตาล ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่ขยายตัว ขณะที่นักวิเคราะห์ยังแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและต้นทุนขนส่งที่ต้องติดตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (24 เม.ย.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,087,460 ล้านบาท ขยายตัว 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ การส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 โดยหากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัวสูงถึง 19.3% สะท้อนแรงส่งจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการด้าน AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมไตรมาส 1/2569 การส่งออกมีมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.6% และหากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัว 17.0% สะท้อนว่าภาคส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 2569 การนำเข้ามีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.7% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี การนำเข้ามีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 32.4% และขาดดุลการค้าสะสม 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านโครงสร้างสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในเดือนมีนาคมขยายตัว 1.1% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 14.0% จากแรงหนุนของสินค้า เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ทุเรียนสด ข้าวหอมมะลิ เครื่องเทศและสมุนไพร และมังคุดสด
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยขยายตัว 21.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จากการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องโทรศัพท์ เครื่องจักรกล เหล็กและผลิตภัณฑ์ รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตัวเลขส่งออกไทยเดือนมีนาคม 2569 ขยายตัว 18.7% เร่งขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ขยายตัว 9.9% และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 11.5% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 35.7% สูงกว่าตลาดคาดที่ 20.6%
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้ดีในกลุ่มสินค้าเกษตร ได้แก่ เครื่องเทศและสมุนไพร ขยายตัว 29.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 และไก่แปรรูปขยายตัว 4.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัว 250.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 น้ำตาลทรายขยายตัว 252.0% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน และอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัว 4.0% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7
ด้านสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ขยายตัว 86.4% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 166.6% เหล็กและเหล็กกล้า ขยายตัว 35.9% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 34.2% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 29.6% และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 16.6%
จากภาพดังกล่าว บล.ฟิลลิปมองว่าราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และไก่แปรรูปเริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว แต่ยังสามารถเข้าเก็งกำไรในระยะสั้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากสินค้าส่งออกขยายตัว ได้แก่ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT และบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG
รวมถึงหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ขณะที่กลุ่มน้ำมันพืชและน้ำตาล ได้แก่ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO, บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UVAN, บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE และบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า การส่งออกไทยเดือนมีนาคม 2569 สูงกว่าประมาณการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยแตะมูลค่า 3.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัว 18.7% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 11.5% รวมถึงเร่งตัวขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ขยายตัว 9.9%
KS ระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงเป็นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งขยายตัวประมาณ 21% โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกโทรศัพท์และชิ้นส่วน เครื่องประดับ เหล็ก คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน เครื่องแปลงไฟฟ้า รวมถึงเครื่องจักรและชิ้นส่วน ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังได้รับประโยชน์จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา
จากข้อมูลล่าสุด KS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จากการเติบโตของการส่งออกที่แข็งแกร่งในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอาจสะท้อนต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาส 1/2569
อย่างไรก็ตาม KS ระบุว่า การส่งออกยางพารายังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะตลาดจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจกดดันผลประกอบการของผู้ส่งออกอย่าง บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH
ดังนั้น แม้ตัวเลขส่งออกเดือนมีนาคม 2569 จะเป็นบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง อิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันพืช และน้ำตาล แต่การลงทุนยังควรเน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ และติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนขนส่ง ราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามในเชิงกลยุทธ์ หุ้นที่ตลาดมีโอกาสให้น้ำหนักมากขึ้นจากตัวเลขส่งออกครั้งนี้ ได้แก่ ITC, CPF, TFG, GFPT, BTG, HANA, KCE, TVO, UVAN, PCE และ KSL ขณะที่ DELTA ยังเป็นหุ้นเด่น โดยในมุมของ KS จากธีม AI และ Data Center ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับยางพาราอย่าง STA และ TEGH อาจต้องระมัดระวังแรงกดดันจากตัวเลขส่งออกยางพาราที่ยังอ่อนตัว

