ส่อง 4 หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป! โบรกฯชี้กำไรปี 63 โตดีแนะสอยเน้นลงทุนยาว

ส่อง 4 หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป! โบรกฯชี้กำไรปี 63 โตดีแนะสอยเน้นลงทุนยาว

ช่วงนี้บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศงบการเงินปี 2562 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นครั้งนี้ทีมข่าว “ข่าหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจกลุ่มหุ้นโรงพยาบาลมานำเสนอ เพื่อให้เห็นแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/62 ผลการดำเนินงานปี 2563

โดยจากการสำรวจข้อมูลกลุ่มดังกล่าวจาก 4 โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย อาทิ บล.โนมูระ พัฒนสิน,บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ทิสโก้ และบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ได้ประสานเสียงลงทุนหุ้น BCH,CHG, BDMS,และ EKH เป็นเป็นหุ้น Top pick กลุ่มตามบทวิเคราะห์ระบุไว้ดังนี้

 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มการแพทย์ เกณฑ์คุณภาพให้บริการ 2 ประเภท เริ่มใช้ในปี 62 แต่ สปส. ยังไม่จ่ายเงินตามเกณฑ์นี้ให้กับโรงพยาบาล ทำให้ในปี 62 BCH และ CHG ไม่ได้บันทึกรายได้คุณภาพให้บริการ 2 ประเภทในอัตรา 120 บาท/คน/ปี แต่บันทึกรายได้ตามเกณฑ์ HA เดิม โดย BCH และ CHG บันทึกรายได้อัตราเฉลี่ย 60 บาท/คน/ปี (สัดส่วนรายได้ราว 1% ของรายได้ประกันสังคม) เนื่องจากการจ่ายเงินส่วนนี้ของ สปส. มีความไม่แน่นอนและจ่ายล่าช้า

ปัจจุบันทั้ง 2 โรงพยาบาลเพิ่งได้รับเงินสำหรับงวดปี 61ซึ่ง สปส. จ่ายเงินตามเกณฑ์ HA (เกณฑ์ HA จ่ายให้กับโรงพยาบาลมาตรฐาน HA3 อัตรา 80 บาท/คน/ปี และโรงพยาบาลมาตรฐาน HA2 อัตรา 40 บาท/คน/ปี)

คงมุมมองบวกต่อการปรับเพิ่มค่ารักษาประกันสังคมในปีนี้ ตามบทวิเคราะห์กลุ่มฯ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 โดยประเมิน BCH (สัดส่วนรายได้ประกันสังคม 33%) และ CHG (สัดส่วนรายได้ประกันสังคม 30%) จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการปรับเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายอัตราใหม่ ทำให้ประมาณการกำไรของ BCH จะมี upside ราว 7% และ CHG จะมี upside ราว 5% จากประมาณการปัจจุบัน

ระยะสั้นมองว่าหุ้นกลุ่ม รพ. ที่ศึกษา มีโอกาสเหวี่ยงตัวตามทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส4/63 เบื้องต้นคาดว่ากำไรรวมกลุ่มฯ ทรงตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง เทียบไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากคาดว่าต้นทุนดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าการเติบโตของรายได้ ขณะที่กำไรรวมลดลง เทียบไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลของฤดูกาล

คงน้ำหนักลงทุน Bullish สำหรับกลุ่มการแพทย์ เนื่องจาก 1) คาดว่าปี 63 กำไรรวมเติบโตดีกว่าปี 62 ตามการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรดีขึ้น และ 2) คาดว่าภาครัฐ จะไม่ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อคุมราคายา/บริการทางการแพทย์

เลือก BCH (TP 18.70 บาท) เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากคาดว่าได้ประโยชน์มากสุดจากการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม ทำให้กำไรปี 63 เติบโตดีกว่าปี 62 ประกอบกับ BCH มี valuation ไม่แพง จากปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 20F ที่ 27 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 31 เท่า และ CHG ที่ 33 เท่า

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มการแพทย์ คาดกำไรปกติ ไตรมาส4/62 ไม่โดดเด่นเพราะ low season -18% เทียบไตรมาสก่อนหน้า, +0.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนรพ.ขนาดใหญ่ (BDMS, BH) ทำได้เพียงทรงตัว โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมถูกกดดันจากสปส.จ่ายเงินต่ำกว่าคาด มีเพียง CHG, EKH ที่โตเด่นสุด

คาดกำไรทั้งปี 2562 ลดลง2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ปีนี้ โต 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก BDMS ที่จะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปี 2563 โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมโตดีขึ้นเพราะได้ปรับเงินเพิ่มของสปส. ส่วนการระบาดของโคโรนากระทบ BH มากสุด Top pick เป็น CHG ส่วน BDMS เหมาะลงทุนยาว

 

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดผลประกอบการรวมของกลุ่มโรงพยาบาลที่ 3.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่รายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินงานของ BH ที่อ่อนแอชดเชย BDMS ที่ดีขึ้นหลังผู้ป่วยโรคหวัดเพิ่มขึ้น 105% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงไตรมาส 4/62 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในไตรมาส3/62 ในขณะที่ไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 2/62-ไตรมาส 3/62 เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล

BDMS คาดผลประกอบการ ไตรมาส 4/62 ที่ 2.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในปีก่อนมีผลขาดทุนพิเศษจากภาษีของการขาย RAM ด้านการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 21% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายการพิเศษในปีก่อนๆ ด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นใน ไตรมาส4/62 จะมาจากการเริ่มดำเนินงานของ Movenpick และ Bangkok International คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจาก 17.8% เป็น 20%แนะซื้อราคาเป้าหมาย 29 บาท

BH คาดผลประกอบการ ไตรมาส4/62 ของ BH ที่ 876 ล้านบาท ลดลง 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 17% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยผลประกอบการที่ลดลงมาจากต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการบริการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การแข่งค่าของเงินบาทก็เป็นปัจจัยกดดัน ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจาก 31% เป็น 28.4% ในช่วงไตรมาส4/62 และทำให้ทั้งปีลดลงเป็น 31.7% จากเดิมที่ 34%

เลือก BDMS เป็นหุ้นแนะนำสำหรับปี 2563 จากผลประกอบการที่จะเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และลูกค้าประกันที่หนุนรายได้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ BH จะถูกกดดันจากอัตรากำไรที่ลดลง ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของกลุ่มโรงพยาบาลด้วย EV/EBITDA  ราคาเป้าหมาย 143 บาท

 

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี BCH : แนะนำ ซื้อ BCH โดยมีราคาเป้าหมาย 21.00 บาท โดยกลุ่มโรงพยาบาลปรับตัวลงแรงช่วงปลายปี 2018 จากความกังวลเรื่องมาตรการควบคุมราคา, กำไรที่เติบโตอ่อนตัวเพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, อุปทานเตียงผู้ป่วยใหม่และการที่สปส. จะปรับลดค่ารักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงใน ไตรมาส4/62 เมื่อประกอบกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ จึงมองว่าโรงพยาบาลขนาดกลางที่รับผู้ป่วยประกันสังคมอย่าง BCH น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่เนื่องจากผู้ป่วยชาวไทยบางส่วนอาจเลือกใช้บริการโรงพยาบาลที่มีค่ารักษาถูกกว่า

โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยใน ปัจจุบัน BCH มีแผนเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์อรัญประเทศขนาด 90 เตียงในไตรมาส2/63 โดยใช้งบลงทุน 890 ล้านบาท แต่เนื่องจากโรงพยาบาลที่ก่อสร้างใหม่แห่งนี้มีขนาดเล็ก จึงยังไม่กังวลกับผลขาดทุนในช่วงแรกที่เปิดดำเนินงานโรงพยาบาล นอกจากนี้ BCH ยังมีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่มอีกสองแห่งในปี 2564

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน