พาราสาวะถี

เห็นสภาพของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่แถลงผ่านทีวีพูลแล้ว ไม่ต้องสืบว่าสถานการณ์ที่รุมเร้าโดยเฉพาะกรณีโควิด-19 ทำให้ท่านผู้นำเครียดอย่างแน่นอน โหวงเฮ้งของคนในแต่ละช่วงเวลานั้น มันสามารถบ่งบอกความเป็นไปในชีวิตได้เป็นอย่างดี อยู่ที่ว่าจะอึด ถึก ทนได้กี่มากน้อย ขณะเดียวกันก็ต้องคอยลุ้นให้สถานการณ์ของโรคไวรัสร้ายคลี่คลายได้ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว แต่ดูแนวโน้มจากผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวันน่าจะเป็นไปได้ยาก


อรชุน

เห็นสภาพของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่แถลงผ่านทีวีพูลแล้ว ไม่ต้องสืบว่าสถานการณ์ที่รุมเร้าโดยเฉพาะกรณีโควิด-19 ทำให้ท่านผู้นำเครียดอย่างแน่นอน โหวงเฮ้งของคนในแต่ละช่วงเวลานั้น มันสามารถบ่งบอกความเป็นไปในชีวิตได้เป็นอย่างดี อยู่ที่ว่าจะอึด ถึก ทนได้กี่มากน้อย ขณะเดียวกันก็ต้องคอยลุ้นให้สถานการณ์ของโรคไวรัสร้ายคลี่คลายได้ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว แต่ดูแนวโน้มจากผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวันน่าจะเป็นไปได้ยาก

ที่ลุ้นคงเป็นประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดในระยะที่ 3 เมื่อไหร่เท่านั้น ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อล็อตใหญ่จากสนามมวย มันทำให้กระบวนการสอบสวนโรคทำได้ยากขึ้นและน่าจะประสบความสำเร็จในการขีดวงจำกัดของการแพร่ระบาดของโรคได้ไม่ง่ายเหมือนในระยะแรก เพราะไม่มีใครทราบได้ว่า บรรดาผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวเหล่านั้นเดินทางไปที่ไหน อย่างไรบ้าง มาตรการที่ประกาศไล่หลังอาจไม่ทันการณ์

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ การยังไม่ประกาศปิดประเทศจะด้วยหวังเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหรืออย่างไรก็สุดแท้แต่ ก็ยังถือเป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อถือของหลายฝ่าย เนื่องจากเกรงกันว่า หากยังปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปเช่นนี้ ประเทศไทยจะรับมือไม่ได้ เอาไม่อยู่ แม้ท่านผู้นำจะยืนยันมาโดยตลอดว่ามีแผนรับมือกับการแพร่ระบาดในระยะที่ 3 แต่หากมาตรการยังไม่เข้มข้น เด็ดขาดมากพอ มันจะยากต่อการควบคุมหรือไม่

ทั้งหมดนี้มีทางตีกรรเชียงสำหรับผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจอยู่ นั่นก็คือ ทุกอย่างอยู่ที่การประเมินของฝ่ายแพทย์ ดังนั้น คงต้องดูต่อไปว่าการประกาศปิดสถานที่ต่าง ๆ ตามมาตรการที่ครม.เห็นชอบไปเมื่อวันอังคารนั้น จะได้ผลกี่มากน้อย อย่างที่บอกว่ามันช้าไปกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้แล้วหรือไม่ ซึ่งมันชวนให้นึกถึงแถลงการณ์ของสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยก่อนหน้า ที่บอกว่า ฝ่ายมีอำนาจมักจะตัดสินใจช้ากว่าสถานการณ์จริงไปหนึ่งก้าวเสมอ

นอกเหนือจากการเฝ้าฟังคำเตือนจากกระทรวงสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ประชาชนทั้งหมดคงต้องช่วยเหลือตัวเอง จากคำแนะนำที่ได้รับมาก่อนหน้าคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย ๆ และเข้าสู่ชุมชนคนพลุกพล่านก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย ส่วนที่รณรงค์กันอยู่ในเวลานี้คือการเว้นระยะห่างทางสังคม ด้วยการยืนห่างกัน 1-2 เมตรนั้น จะทำได้กันกี่มากน้อย แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ป้องกันอะไร ที่เหลือก็ภาวนาว่าอย่าให้สถานการณ์มันเลวร้ายมากไปกว่านี้ก็แล้วกัน

อีกหนึ่งก้าวที่ล่าช้าต่อความตื่นตระหนกของประชาชน คงเป็นการยืนยันในเรื่องของสินค้าอุปโภค บริโภค ไม่ขาดแคลน ไม่จำเป็นต้องกักตุน เพราะมันได้เกิดกระแสแห่แหนไปซื้อของกันจนเกลี้ยงชั้นวางของของบรรดาร้านสะดวกซื้อและห้างต่าง ๆ กันไปก่อนหน้านี้แล้ว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพิ่งเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนที่เป็นขาใหญ่ในวงการค้าปลีกรวมทั้งผู้ผลิตสินค้าอุปโภค บริโภคหารือไปเมื่อวันวาน

ก่อนที่ทั้งหมดจะการันตีว่าสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชน จะไม่มีการขาดตลาดอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องมีการกักตุนสินค้ากันแต่อย่างใด ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคหรือประชาชนผู้ตื่นตูมกันได้กี่มากน้อย ส่วนอีกมาตรการที่จะมีการเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาเพื่อรองรับเรื่องดังกล่าวคือ การอนุญาตให้รถบรรทุกขนส่งสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงระยะเวลา 2 เดือนนี้เป็นอย่างน้อย

หากทุกอย่างพิจารณากันไปบนพื้นฐานของความจำเป็น ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็เชื่อว่าจะไร้ปัญหา แต่หากมีเรื่องของผลประโยชน์จากพวกหนึ่ง ฝ่ายใดเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจจะติดขัดกันตามระเบียบ อย่างที่รู้กัน เวลาคนที่มีวาระซ่อนเร้นคุยกัน มักจะไม่ได้มองถึงภาพของส่วนร่วมหรือผลประโยชน์สาธารณะ แต่จะพิจารณากันแค่ว่าบรรดาผู้มีบารมีและทุนทรัพย์ทั้งหลาย ได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่จากการดำเนินนโยบายในแต่ละเรื่อง

ปมหน้ากากอนามัยกักตุนหรือไม่ ที่ตรวจจับกันได้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ก็เป็นสิ่งที่จะต้องไปขยายผลว่ามีขบวนการหากินกับสิ่งที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ข้อกล่าวหาที่มีต่อทีมงานของรัฐมนตรีซึ่ง อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายจอมแฉระบุว่ามีการจ่ายค่าหัวคิวผ่านที่ปรึกษาที่เป็นสุภาพสตรี วันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ออกมาสรุปเรียบร้อย ตรวจสอบกันเองแล้วไม่พบใครเกี่ยวข้อง

กรณีนี้คงไม่ต่างจากรัฐมนตรีที่คณะทำงานไปมีชื่อเอี่ยวกับแก๊งกักตุน ที่สอบกันเองแล้วบอกว่าไม่พบความเกี่ยวข้อง เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยที่สังคมไม่ได้เกิดความเชื่อถือใด ๆ ความจริงก็ถูกต้องแล้ว ที่ที่ปรึกษาของจุรินทร์บางราย จะใช้สิทธิตามกฎหมายไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับอัจฉริยะในประเด็นหมิ่นประมาทและทำให้เสียหาย เพราะเรื่องแบบนี้ทุกอย่างจะไปถูกพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรม บทสรุปออกมาอย่างไรประชาชนจะเชื่อถือมากกว่ามาตั้งคณะกรรมการสอบกันเอง

ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านว่าด้วยการเรียกร้องให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาประเด็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะ แม้จะยืนยันไม่มีการพูดนอกประเด็นจะเป็นความเห็น ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลล้วน ๆ แต่ฝ่ายกุมอำนาจไม่ยอมเชื่อตามนั้น ย้ำกันหนักแน่นไม่มีวันหลงกล ถึงกับประกาศลั่น จะเปิดได้ต้องใช้เสียง 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา นั่นหมายความว่า ฝ่ายค้านไม่มีวันรวบรวมเสียงได้ครบแน่ เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากส.ส.รัฐบาลและส.ว.ด้วย

เรื่องนี้หากมองข้ามเกมทางการเมือง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ต้องถึงขั้นเปิดประชุมสภาก็ได้ ฝ่ายค้านสามารถระดมความเห็นแล้วรวมตัวนำข้อเสนอแนะไปยื่นให้ท่านผู้นำหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน สิ่งไหนเป็นประโยชน์ก็สามารถนำไปขับเคลื่อนได้ ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ต้องเลิกแบ่งฝ่าย เลือกข้าง ทุกคนทุกฝ่ายต้องจับมือกันเพื่อพาประเทศให้ก้าวพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

Back to top button