ขายบอนด์..อุดหุ้น

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มีเรื่องราวให้ผู้คนมากมายต้องขบคิดตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งเรื่องที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย จนกลายเป็นการใส่ไข่หลายฟอง พร้อมกับทำให้ขาเผือกเกิดอาการหูผึ่งอย่างออกหน้าออกตา เพราะนิสัยเดิมชอบจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากจะกระโดดเข้ามาร่วมคณะเผือกอีกสักเรื่องสองเรื่อง ก็คงไม่เป็นการเสียมารยาทของชมรมแมงลือสักเท่าไหร่หรอกค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยช่วงนี้มีเรื่องราวให้ผู้คนมากมายต้องขบคิดตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งเรื่องที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย จนกลายเป็นการใส่ไข่หลายฟอง พร้อมกับทำให้ขาเผือกเกิดอาการหูผึ่งอย่างออกหน้าออกตา เพราะนิสัยเดิมชอบจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากจะกระโดดเข้ามาร่วมคณะเผือกอีกสักเรื่องสองเรื่อง ก็คงไม่เป็นการเสียมารยาทของชมรมแมงลือสักเท่าไหร่หรอกค่ะ

*เหมือนกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับกองทุนตราสารหนี้บางแห่งที่ต้องปิดกองก่อนกำหนดเวลานั้น ก็มีเสียงร่ำลือออกมาจากบลจ.หลายแห่งพูดตรงกันว่า วีรกรรมของโบรกเกอร์ตัว P มันแสบทรวงถึงรูทวารกันเลยทีเดียว และเหตุผลของการขายในเที่ยวนี้ ก็มาจากขาดทุนหุ้นจำนวนมหาศาล จึงต้องเร่งขายสินทรัพย์อื่นมาปิดรอยรั่วที่เกิดขึ้นจากไวรัสมรณะเล่นงานหนักก็เท่านั้นเอง

*ประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทุกฝ่าย เพราะไม่มีใครอยากให้เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาหนทางแก้ไขกันต่อไป ซึ่งในระหว่างทางมีการชี้เป้าไปยังโบรกเกอร์จอมแสบที่ชอบจับดีลร้อน วิ่งโร่มาขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนเป็นคนแรกมากถึง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดกระแส panic sell ตามหลังมาเป็นลูกโซ่ จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งออกมาตรการอุ้มกองทุน เพื่อป้องกันปัญหาไฟลามทุ่งจนเอาไม่อยู่น่ะซี

*ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิดจากความ “ตั้งใจ” หรือ “ไม่ตั้งใจ” ก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกคนได้รู้ว่า เมื่อนักลงทุนกลุ่ม wealth เริ่มมีปัญหา มักจะทำให้การลงทุนอื่น ๆ มีปัญหาตามมาเป็นประจำ “โมนิก้า” จึงไม่ขอเจาะลงในรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนที่ทุกคนก็รู้ว่าคือใคร ? ได้ใช้จังหวะดังกล่าวชี้แจงต่อสังคมเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะตัวเอง

*สำหรับสาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะพูดถึงเผือกร้อนในจังหวะนี้ มาจากแรงกระเพื่อมดังกล่าวยังมีออกมาเป็นระยะ ผนวกกับรูปแบบของดัชนีทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,125.86 จุด บวกไป 38.04 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.69 หมื่นล้านบาท ทั้งที่หลายเรื่องยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นเอกฉันท์ เดี๊ยนย่อมเกิดอาการหวาดระแวงตลอดเวลา เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้วน่ะซี

*โชคดีที่ทั่วโลกขานรับข่าวอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจไม่อั้น ส่งผลให้แรงขายจากอาการตื่นตระหนกเลยหดหายไปเป็นจำนวนมาก และถูกแทนด้วยแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงได้แต่นั่งภาวนา “เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน” อย่าให้เหตุการณ์ “ขายบอนด์ อุดหุ้น” เกิดขึ้นซ้ำสองเป็นอันขาด เพราะมันจะสร้างความเสียหายยับเยินหนักกว่ารอบก่อนเจ้าค่ะ

*เรื่องราวดังกล่าวสอดรับกับการถีบตัวขึ้นของหุ้น SCB อย่างร้อนแรง พร้อมกับมีเสียงชื่นชมการบริหารจัดการของคุณพี่ “อาทิตย์” ที่สั่งการให้แบงก์แม่รับซื้อหน่วยลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่ลงทุนในตราสารหนี้ทุกเม็ด เพราะเล็งเห็นสภาพคล่องของแบงก์มีเป็นแสนล้าน “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นผู้คนมากมายกลับเข้ามาไล่หุ้นแบงก์ตราใบโพธิ์จนขึ้นมาปิดที่ 69.25 บาท บวกไป 4.75 บาท หรือขึ้นไป 7.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.44 พันล้านบาท เพราะมันไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไปแล้วพะยะค่ะ

*เหมือนกับในรายของหุ้นปิโตรเคมียักษ์ใหญ่ PTTGC กระชากขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 30.50 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 10.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.45 พันล้านบาท โดยมีเรื่องบุ๊กแวลูที่อยู่สูงในระดับ 64 บาทเป็นแบ็กหนุนหลังให้สุดตัว “โมนิก้า” ถึงไม่กังวลอะไรอีกต่อไปทั้งสิ้น เพราะเมื่อวิเคราะห์กรณีเลวร้ายสุดในปี 2563 ราคาหุ้นก็ควรอยู่ในระดับครึ่งของบุ๊กก็เท่านั้นเอง..วันนี้เลยตามน้ำได้เต็มที่เจ้าค่ะ

*ส่วนรายที่สร้างความงุนงงให้กับ “โมนิก้า” มากสุดในเที่ยวนี้กลายเป็นหุ้น BEM หลังเกาะกระแสตลาดหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.75 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 1.97% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 426 ล้านบาท ทั้งที่ตัวเลขผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับละเอียดในการเคาะขวาสักนิดหนึ่ง เพราะช่วงนี้มีประเด็นที่ต้องตรึกตรองมากหน่อย และต้องเน้นเล่นไวเข้าไว้นะคุณพี่

*ป.ล.วันนี้กองทุนลุยเก็บหุ้นไม่ยั้งคนเดียวเกือบ 6 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อเดือน มี.ค. ทะลุขึ้นไปอยู่ในระดับ 4.23 หมื่นล้านบาท มันเกิดจากลไก “อุ้มหุ้น” สุดซอยหรือเปล่า ?..ลองไปคิดกันดูนะคะ