1,100 เอาอยู่!

*ทฤษฎีหนึ่งที่ “โมนิก้า” ร่ำเรียนมาเป็นเวลานาน และนำมาใช้กับตลาดหุ้นเป็นประจำ คงเป็นกฎของฟิสิกส์ที่ว่าด้วยเรื่อง “แรงกระแทก” ซึ่งมีการเปรียบเทียบของตกจากที่มีความสูงต่างกัน มักสร้างความเสียหายต่างกันแน่นอน โดยประเด็นนี้สามารถคำนวณได้จากหลักอัตราการเปลี่ยนโมเมนตัมของวัตถุนั้น ซึ่งตอนนี้หนูยังตอบชัด ๆ ไม่ได้ เพราะนิยามของคำว่า “ความเสียหาย” มันกว้างมากเหลือเกิน และมีตัวแปรมากมายนะคุณพี่!

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ทฤษฎีหนึ่งที่ “โมนิก้า” ร่ำเรียนมาเป็นเวลานาน และนำมาใช้กับตลาดหุ้นเป็นประจำ คงเป็นกฎของฟิสิกส์ที่ว่าด้วยเรื่อง “แรงกระแทก” ซึ่งมีการเปรียบเทียบของตกจากที่มีความสูงต่างกัน มักสร้างความเสียหายต่างกันแน่นอน โดยประเด็นนี้สามารถคำนวณได้จากหลักอัตราการเปลี่ยนโมเมนตัมของวัตถุนั้น ซึ่งตอนนี้หนูยังตอบชัด ๆ ไม่ได้ เพราะนิยามของคำว่า “ความเสียหาย” มันกว้างมากเหลือเกิน และมีตัวแปรมากมายนะคุณพี่!

*เหมือนกับความดันทุรังของตลาดหุ้นไทยที่ทะยานสวนตลาดหุ้นเพื่อนบ้านตั้งแต่เช้า ก่อนจะม้วนตัวลงมาทำจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,105.31 จุด ก่อนจะตีกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,138.27 จุด บวกไปถึง 32.76 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.92 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นภาพเหตุการณ์เก่าที่เกิดขึ้นวนไปวนมา และไม่สามารถหาเหตุผลที่เหมาะสมมาอธิบายได้เลยจริง ๆ จึงบอกได้แค่เพียงว่า นี่เป็นเกมโยกเงินไปมาเพื่อประวิงเวลาให้ทุกอย่างคลี่คลายเท่านั้นเองพะยะค่ะ

*ผนวกกับกองทุนในประเทศสวมบทเป็นผู้พิทักษ์ตลาดหุ้น “โมนิก้า” ยิ่งทำให้มั่นใจเรื่องเกมหุ้นมากขึ้นเป็นกอง ว่าวันนี้เราไม่ได้อยู่บนพื้นฐานร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเรากำลังใช้เทคนิคบางอย่างชะลอแรงขาย และกลยุทธ์ดังกล่าวก็สัมฤทธิ์ผลดังที่ผู้ใหญ่บางคนต้องการเสียด้วย ส่งผลให้การประคองตัวยืนเหนือ 1,100 จุดเป็นเวลานานถึง 3 วัน กลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ๆ นะจ๊ะ

*ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับทฤษฎีข้างต้นที่ “โมนิก้า” ได้เกริ่นนำไว้ตั้งแต่ตอนต้นให้แฟนคลับได้รับทราบว่า ดัชนีตกจากระดับ 1,600 จุดลงมายืนบริเวณ 1,100 จุด ย่อมกระทบรุนแรงเป็นธรรมดา แต่เมื่อเทียบเคียงกับการทรุดตัวลงจากระดับ 1,100 จุด ลงไปต่ำกว่าระดับ 1,000 จุด ย่อมไม่รุนแรงอย่างแน่นอน เพราะระดับความสูงต่างกันลิบลับ และแรงกระทำที่เป็นผลพวงก่อนหน้านี้ก็หดหายไปเป็นจำนวนมากไงล่ะคะ

*ประเด็นดังกล่าวเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่เทพ PTTEP อย่างไรอย่างนั้นเลย และเดี๊ยนไม่รู้จริง ๆ ว่าโดนตัวไหนมา ? ราคาหุ้นถึงวิ่งคึกเป็นม้า จนทำให้ราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 75.25 บาท บวกไป 8.25 บาท หรือขึ้นไป 12.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.70 พันล้านบาท เพราะมองไปที่ราคาน้ำมันดิบ ก็ไม่เห็นอะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แต่เมื่อมองไปยังแรงกระแทกลดลง ก็ทำให้เดี๊ยนถึงบางอ้อในทันที (เป้าหมายวิ่งไปหาบุ๊ก 80 บาท) นะจ๊ะ

*ส่วนหุ้นตัวแม่ PTT ออกอาการกระดี๊กระด๊ามากกว่าวันไหน ๆ ก็เป็นผลมาจากบริษัทลูก OR ดำเนินการยื่นไฟลิ่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเพิ่มแวลูของตัวแม่อย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” เลยถือโอกาสแสดงความยินดีกับนักเล่นทุกท่าน เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ 33.75 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 11.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.73 พันล้านบาท มันไม่ได้เห็นมานานแล้วน่ะซี

*สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หุ้นลูก IRPC ได้รับอานิสงส์ผลบุญไปด้วยเต็ม ๆ จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.34 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 9.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.04 พันล้านบาท ก็เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่ทำให้นักเล่นหุ้นต่ำสิบชอบใจเป็นนักหนา พร้อมกับตั้งความหวังไว้ในใจว่า หุ้นจะกลับขึ้นไปแถว 3.30 บาทในไม่ช้า อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากระดับราคาดังกล่าวเป็นจุดที่กลุ่มทุนใหญ่ลงทุนไว้เจ้าค่ะ

*ในเมื่อทุกอย่างกลับมาแฮปปี้ช่วงสั้น ๆ “โมนิก้า” ย่อมหันไปมองหุ้นขายไก่อย่าง CPF เป็นตัวเลือกอันดับแรกอีกครั้ง พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าการขึ้นมายืนปิดที่ 25.50 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 4.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.41 พันล้านบาท ยังมีแก๊ปให้เล่นอีกบานตะไทอย่างแน่นอน โดยทั้งหมดเป็นผลมาจากยอดขายโตท่ามกลางวิกฤติไวรัสมรณะ จึงน่าจะเป็นหุ้นที่เซฟสุดในห้วงเวลานี้นะคะ

*เม้าท์ถึงประเด็นดังกล่าวขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันไปมองหุ้นยอดรักของอีฉันอย่าง EA กันสักหน่อย เพราะท่ามกลางตลาดหุ้นเขียวสดใสไปทุกหนแห่ง หุ้นตัวนี้กลับยืนปิดได้แค่ระดับ 33.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 260 ล้านบาท ทั้งที่เห็นกันทนโท่ว่านี่จะเป็นปีที่กำไรพีก แถมหุ้นยังเทรดในระดับ P/E 20 เท่า เดี๊ยนเลยมองเป็นจุดของการลงทุนที่สุดแสนจะปลอดภัยในห้วงเวลานี้นะจะบอกให้

*ส่วนรายที่เละเทะเกินเยียวยาคงหนีไม่พ้น THANI ถูกกระหน่ำด้วยเรื่องสินเชื่อหดรุนแรง ผนวกกับหนี้เสียพุ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นลงมานอนกลิ้งอยู่ที่ระดับ 3.22 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 5.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 851 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่าพวกกองทุนไม่เล่นหุ้นตัวนี้แล้ว ราคาหุ้นถึงทำ low แล้ว low อีกนะตัวเอง