ขึ้นแล้วทุบ?

ในที่สุดการทะยานของตลาดหุ้นไทยก็เข้าทำนอง “ขึ้นแล้วทุบ” เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา จนทำให้แนวต้านแรกที่บริเวณ 1,285 จุดกลายเป็นด่านหินที่ยากจะฝ่าขึ้นไปได้


ในที่สุดการทะยานของตลาดหุ้นไทยก็เข้าทำนอง “ขึ้นแล้วทุบ” เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา จนทำให้แนวต้านแรกที่บริเวณ 1,285 จุดกลายเป็นด่านหินที่ยากจะฝ่าขึ้นไปได้ ขณะเดียวกันยังทำให้แนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,300 จุดกลายเป็นจุดที่นักเล่นจ้องขายทำกำไรกันเป็นแถวแบบนี้ อีฉันมองเป็นเกมที่นักเล่นต้อง “คิดเร็ว ทำเร็ว” เพื่อไม่ให้ตัวเองพลาดโอกาสทองนะจะบอกให้

สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” เชื่อเช่นนั้นมาจากสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่แสนถูก แต่นักเล่นกลุ่มสถาบันกลับเน้นการเข้าทำแบบเก็งกำไรสุดซอย ซึ่งทำให้หุ้นพื้นฐานดีหลายตัวถูกมองข้ามแบบไม่น่าเชื่อ และผลสุดท้ายที่ออกมากลายเป็นว่า ตลาดหุ้นไทยเหวี่ยงตัวแรง (วันก่อนขึ้นไป 20 จุด) ขณะที่วานนี้ย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,274.75 จุด ลบไป 5.30 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.74 หมื่นล้านบาท..มันเหมือนกับที่อีฉันคอมเมนต์ไหมล่ะคะ

ถึงกระนั้นอีฉันก็ยังชื่นใจได้นิดหนึ่งว่า การเล่นเที่ยวนี้เป็นแบบ “ขายไปตัวหนึ่ง ซื้ออีกตัวหนึ่ง” จึงทำให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังพอมีแรงที่จะไปต่อ และวานนี้ก็เป็นคิวของหุ้นโรงกลั่นที่มีข่าวดีเรื่องค่าการกลั่นมีการขยับตัวขึ้น 10% ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผนวกกับหุ้นน้ำมันอเมริกาดีดตัวแรงรับข่าวเข้าไปบริหารจัดการน้ำมันในประเทศเวเนซุเอลา ก็เลยบันเทิงอย่างที่เห็นนี่แหละจ้า!

โดยเฉพาะในรายของหุ้น BCP ที่ไหลลงมาเรื่อย ๆ เป็นเวลาครึ่งปีจากข่าวทุนเทาเตรียมฮุบกิจการ แต่วานนี้กลับเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 28 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 537 ล้านบาท เหมือนแสดงให้เห็นว่า วันนี้นักเล่นกลับมามองเรื่องพื้นฐานมากขึ้น และหากนักเล่นมีความคิดเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ หุ้นน่าจะวิ่งกลับไปยืนฐานเก่าบริเวณ 30 บาทอีกครั้งนะจ๊ะ

เช่นเดียวกับในรายของ TOP ซึ่งอีฉันพยายามย้ำให้เห็นว่า เมื่อเคลียร์หลังบ้านเสร็จสรรพ ควบคู่กับการใช้วิศวกรรมทางการเงิน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายเงิน ราคาหุ้นก็ควรวิ่งกลับไปหาฐานเก่าก่อนมีเรื่องตรงบริเวณ 50 บาทเสียที! เพราะการยืนปิดที่ระดับ 39.25 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 5.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท ท่ามกลาง PE 6 เท่ามันเป็นการเทรดที่ต่ำเกินไปนะคะ

ส่วนรายที่น่าเห็นใจสุด ๆ คงไม่มีใครเกินกว่า AOT อีกแล้วกระมัง! เพราะหลังจากฟันฝ่าเรื่องขึ้นค่าสนามบินเพื่อบริการที่ดีขึ้น และเป็นการกลับสู่โหมดธุรกิจการบินนำธุรกิจบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ก็ทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายมาตกม้าตายตรงที่ ครม. ต้องให้ความเห็นชอบ (อีกนานกว่าจะได้รัฐบาล) วานนี้เลยถูกถล่มขายจนหุ้นลงมากองอยู่ที่ 51.50 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 5.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.14 พันล้านบาทแบบนี้..สงสัยลงยาวพะยะค่ะ

อีกรายที่เจ็บหนักไม่แพ้ต้องมองไปที่หุ้นโรงหมอ BH เพื่อชี้ให้เห็นแรงขายที่ยังมีออกมาต่อเนื่อง เหมือนเป็นภาพสะท้อนที่ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันยังกังวลในหลายประเด็นร้อน ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ต่างประเทศที่อาจลดลง และเรื่องเงินบาทแข็งต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งบรรยากาศลงทุนไม่เป็นใจ ทั้งหมดล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้หุ้นอยู่ในสภาพขาลงยาวนาน วานนี้จึงเห็นหุ้นยืนปิดที่ 156 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.14 พันล้านบาทไงล่ะคะ

ส่วนรายที่ไม่น่าเชื่อว่า ราคาหุ้นจะทรุดฮวบได้ขนาดนี้ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น VGI เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ 0.91 บาท ลบไป 0.03 บาท หรือลงไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 38 ล้านบาท มันคือ all time low แบบไม่จกตา! และดูเหมือนแรงขายยังไม่หมดเพียงเท่านี้เสียด้วย “โมนิก้า” เลยเป็นกังวลว่า อาจมีราคาต่ำสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ให้เห็นเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้ไม่มีสตอรี่ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยพยุงหุ้นนะซี

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button