3 หุ้นโรงไฟฟ้าวิ่งคึก! รับอานิสงส์ต้นทุนน้ำมันลด ยันมาตรการรัฐลดค่าไฟไม่กระทบ

3 หุ้นโรงไฟฟ้าวิ่งคึก! รับอานิสงส์ต้นทุนน้ำมันลด ยันมาตรการรัฐลดค่าไฟไม่กระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าบวกคึก นำโดย GULF ,GPSC,GPSC โดยราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ณ เวลา 15.16 น. อยู่ที่ระดับ 38.75 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 6.16%สูงสุดที่ระดับ 40.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 36.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 3.87  พันล้านบาท

ด้านราคาหุ้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ณ เวลา 15.22 น. อยู่ที่ระดับ 45.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.00% สูงสุดที่ระดับ 46.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 44.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.36 พันล้านบาท

ส่วนราคาหุ้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ณ เวลา 15.23 น. อยู่ที่ระดับ 69.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 5.68% สูงสุดที่ระดับ 70.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 66.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3.04 พันล้านบาท

 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(22 เม.ย.63) ว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลบวกจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ได้แก่

-EPG จะได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบหลัก (PP, PET, HDPE) ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน

-TASCO ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันปรับตัวลดลง ทำให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น

-กลุ่มสายการบิน (AAV, BA, NOK) เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจคิดเป็นประมาณ 30-40% จากรายได้รวม โดยสายการบินจะเริ่มทยอยกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศต้นเดือน พ.ค.

-กลุ่มขนส่งสินค้าทางเรือ (PSL, TTA, RCL, PRM) เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนหลักของบริษัท และ PRM จะได้ผลบวกต่อ FSU เพราะจะทำให้ demand เรือ FSU ที่ใช้ในการจัดเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ปกติจะทำสัญญาเช่าเรือระยะยาว 1 ปี สัญญาเช่าเรือเก่าที่จะหมดอายุจะมีโอกาสปรับอัตราค่าเช่าเรือเพิ่มขึ้น

-กลุ่มไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ต้นทุนหลักกว่า 70% มาจากก๊าซธรรมชาติซึ่งเชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน โดยโรงไฟฟ้า SPP จะได้ประโยชน์ก่อนมีการปรับค่า Ft เพื่อสะท้อนต้นทุนการผลิตใหม่

 

อนึ่งวานนี้ (21 เม.ย.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติรับทราบมาตรการเยียวยาการลดภาระค่าไฟฟ้าระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค. 2563 วงเงิน 23,688 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน

ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตของประชาชนที่ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ด้วยการทำงานที่บ้าน ตลอดจนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. และทั้ง 3 การไฟฟ้า ที่ร่วมกันหารือเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้นจะเป็นการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 22 ล้านราย ด้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากมติ ครม.ดังกล่าวนั้น เป็นเงินที่กกพ.ต้องบริหารจัดการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือเป็นภาระของโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ หรือ IPP แต่อย่างใด โดยวงเงินดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ทางกทพ.เรียกเก็บจากการไฟฟ้าที่ไม่ได้ลงทุนตามแผน หรือ Call Back และส่วนหนึ่งอาจจะมาจากงบกลาง ดังนั้นจะไม่มีการเรียกเก็บจากภาคเอกชน จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่