“ดาวโจนส์ฟิวเจอร์” ร่วงกว่า 200 จุด กังวลการค้าสหรัฐ-จีนตึงเครียด ฟากราคาน้ำมันดิ่ง 5%

"ดาวโจนส์ฟิวเจอร์" ร่วงกว่า 200 จุด กังวลการค้าสหรัฐ-จีนตึงเครียด ฟากราคาน้ำมันดิ่ง 5%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุด บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวลงในคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการรับมือกับการแพร่ระบาด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความกังวลจากการที่มลรัฐต่าง ๆ ทั่วสหรัฐเริ่มทยอยเปิดธุรกิจต่าง ๆ บ้างแล้ว หลังจากที่ต้องหยุดไปอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขณะที่สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นนั้นทำให้ประชาชนอยากออกจากบ้านมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง

โดย ณ เวลา 18.33 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 250 จุด หรือ 1.06% สู่ระดับ 23,367 จุด

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะมีการรายงานในคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนเม.ย. เวลา 20.45 น. ตามเวลาไทย จากนั้นจะมีการรายงานยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมี.ค. เวลา 21.00 น.

ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ร่วงกว่า 5% ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการรับมือกับการแพร่ระบาด ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันครั้งใหม่ จากที่แต่เดิมตลาดน้ำมันถูกกดดันจากภาวะน้ำมันล้นตลาดอยู่แล้ว

โดย ณ เวลา 18.14 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX ลดลง 1.09 ดอลลาร์ หรือ 5.51% สู่ระดับ 18.69 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดิบทรุดตัวลงอยู่แล้ว และความต้องการน้ำมันน่าจะได้รับปัจจัยกดดันอีก จากการที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐกำลังส่งสัญญาณตึงเครียด โดยหากสหรัฐและจีนกลับมาเปิดสงครามการค้าอีกครั้ง ราคาน้ำมันก็จะได้รับผลกระทบในระยะยาว