‘จริงใจ’ สู่หายนะ

ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย จับมือฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน แม้ตั้งไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีเสียงล้นหลาม แต่ก็ส่งสัญญาณสะท้อนความกังวลทางการเมือง

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

..พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย จับมือฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน แม้ตั้งไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีเสียงล้นหลาม แต่ก็ส่งสัญญาณสะท้อนความกังวลทางการเมือง

เปล่า ไม่ใช่รัฐบาลแตกกัน ยังไง ๆ ประชาธิปัตย์ภูมิใจไทยก็อยู่ร่วมรัฐบาล แต่ท่าทีของ ส..เหล่านี้ พูดสั้น ๆ คือ “ชิ่ง” ไม่ขอมีส่วนร่วมรับผิดชอบ กับการใช้จ่ายงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้าน ที่เขียนไว้กว้าง ๆ ให้จังหวัดต่าง ๆ เสนอโครงการรีบด่วน

ซึ่งปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่การทุจริต แต่ปัญหารัฐราชการไร้ประสิทธิภาพ ใช้เงินไร้เป้าหมาย อาจน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำ โครงการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขายฝันมาห้าปี ละลายเงินปีละแสนกว่าล้าน คุยฟุ้งว่าจะทำให้คนจนหมดประเทศ แล้วผลเป็นไงก็เห็นกัน

ใช้ถ้อยคำเดิม ๆ ทั้งนั้น เศรษฐกิจฐานราก เกษตรผสมผสาน ท่องเที่ยวสร้างสรรค์ วิถีชุมชน ฯลฯ ขโมยวาทกรรมภาคประชาสังคมไปเป็นของรัฐ แล้วก็ใช้จ่ายงี่เง่า สร้างตลาดร้าง ทำป้ายชี้ทาง จัดซื้อจัดจ้างมาสคอต ฯลฯ

ยุครัฐประหารที่บริหารจัดการโดยส่วนภูมิภาค กอ.รมน. ว่าแย่แล้ว ยุคนี้ยังมีนักการเมืองสามานย์รับใช้รัฐประหาร เข้าไปช่วยจัดงบจังหวัดละห้าพันล้าน จังหวัดใหญ่อาจถึงหมื่นล้าน

การอภิปรายในสภาไม่มีรายละเอียด เป็นการตีเช็คเปล่า จึงสมควรที่สภาจะตั้งกรรมาธิการติดตามตรวจสอบ แต่รัฐบาลอ้างว่า มีองค์กรอิสระ ปปง. ป.ป.ช. อยู่แล้ว ปปง.ที่อยู่ใต้รัฐบาล ป.ป.ช.ที่เพิ่งตีความ “ยืมใช้คงรูป”

การอภิปรายของฝ่ายค้าน ไม่สามารถพูดอะไรใหม่ เพราะเห็นปัญหากันอยู่ ได้แต่ตอกย้ำ เช่นเงินกู้ 6 แสนล้านเพื่อเยียวยา ไม่มีใครค้าน แต่วิธีการงี่เง่า แทนที่จะเยียวยาถ้วนหน้าตั้งแต่แรก ก็ให้มาลงทะเบียนกับ AI แล้วแยกช่วยทีละขยัก ต้องร้องเรียน ต้องโวยวาย แล้วรัฐก็ทยอยจ่ายทีละกลุ่ม สุดท้ายใช้เงินเท่า ๆ แจกถ้วนหน้า แต่ตกหล่น ล่าช้า กระทั่งประกันสังคมก็ได้เงินช้า

ไฮไลต์ในสภา จึงไปอยู่ที่คำพูดประยุทธ์ เรียกเสียงเฮฮาตั้งแต่บอกว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพี 59.66% ไม่เกินกรอบ 60% ล่าสุดก็ยอมรับว่าไม่เก่งแต่จริงใจและไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย

ไม่เก่งนี่ไม่ต้องบอกก็รู้ อ้างว่ารู้จักเลือกใช้คน ใช้ใคร? ใช้เลขา สมช.ปราบโควิดแทนหมอ? ใช้ยาแรงฉีดจนตายเป็นเบือ

จริงใจใครก็พูดได้ แต่อยู่ที่รับผิดชอบหรือไม่ ไม่ใช่แค่บอกว่ารัฐบาลกู้เงิน ตัวเองก็เป็นหนี้เหมือนกัน 6 ปีที่ผ่านไป ประยุทธ์และรัฐทหารไม่เคยรับผิดชอบความเสียหาย มีแต่โทษประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ทำตามคำสั่ง

ดีนะที่โควิดเป็นศูนย์ ไม่งั้นคงโทษประชาชนไม่ร่วมมือตามเคย แต่พอเป็นศูนย์ ก็ยกก้นเป็นผลงานรัฐบาลและการตั้งด่านเคอร์ฟิวจับไวรัสตอนดึก ๆ

หายนะทางเศรษฐกิจกำลังจะมาอย่างแน่ ๆ สิ้นเดือนมิถุนาหมดเงินชดเชย 15,000 ต้นเดือนตุลา ครบกำหนดพักชำระหนี้ โดยที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น

มาตรการผ่อนคลายเฟส 3 ก็ยังออกมากั๊ก ๆ เช่น ให้เดินทางข้ามจังหวัดแต่ยังไม่เสรี ไปจังหวัดชายทะเลได้แต่ยังไม่เปิดหาด ลดเคอร์ฟิวให้หนึ่งชั่วโมงเหลือห้าทุ่มถึงตีสาม ต่อรองกันเหมือนซื้อขายปลาเค็ม ทั้งที่ไม่มีความหมาย อ้างว่ามีไว้จับมั่วสุมกินเหล้า แต่คนเดือดร้อนมากมาย อยู่ดี ๆ ก็เปิดให้นั่งร้านอาหารเป็นหมู่คณะได้ แล้วก่อนนี้ห้ามให้โง่ทำไม (วะ)

สถานการณ์อย่างนี้อย่าอ้างความจริงใจ มิตรสหายบางคนเปรียบเปรยว่า เหมือนนั่งเครื่องบินเข้าสู่ศูนย์กลางพายุ แล้วกัปตันบอกว่าไม่เก่ง ครั้นจะเอาคนอื่นมาเปลี่ยน ก็ไม่ยอมให้เขาเป็น แต่วินาทีสุดท้าย กัปตันอาจดีดตัวหนี แล้วบอกว่าทุกคนต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง (นะจ๊ะ)