ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 526 จุด รับยอดค้าปลีกโตเกินคาด-มาตรการกระตุ้นศก.หนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ขานรับยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ทำสถิติแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งความคืบหน้าในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,289.98 จุด เพิ่มขึ้น 526.82 จุด หรือ +2.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,124.74 จุด เพิ่มขึ้น 58.15 จุด หรือ +1.90% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,895.87 จุด เพิ่มขึ้น 169.84 จุด หรือ +1.75%

โดยภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางปัจจัยบวกที่ล้นหลาม ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกของสหรัฐที่พุ่งขึ้น 17.7% ในเดือนพ.ค. ทำสถิติทะยานขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 8.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ขณะเดียวกันตลาดได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่เฟดประกาศซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนวงเงิน 7.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และจัดหาสินเชื่อให้กับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากนายคริส วิตตี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการแพทย์ของอังกฤษ กล่าวว่า ผลการใช้ยา dexamethasone ซึ่งเป็นยาสเตียรอยด์ ในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง ถือเป็นผลการทดลองที่มีความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ โดยรายงานระบุว่า การใช้ยา dexamethasone สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 1 ใน 3

คำค้น