
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 293 จุด นักลงทุนผวาเจรจา “สหรัฐ-อิหร่าน” ไร้ทิศทาง
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 293.18 จุด จากความกังวลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อกดดันตลาด แม้ข้อมูลค้าปลีกเดือนมีนาคมแกร่งกว่าคาด น้ำมันพุ่งหนุนหุ้นพลังงาน แต่แรงซื้อโดยรวมอ่อนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเมื่อคืนวันอังคาร (21 เม.ย.69) หลังแรงซื้อช่วงต้นตลาดอ่อนแรงลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งกดดันบรรยากาศลงทุนและดันราคาน้ำมันโลกปรับขึ้น ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและความคาดหวังต่อธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังช่วยจำกัดแรงขายได้บางส่วน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,149.38 จุด ลดลง 293.18 จุด หรือ -0.59% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,064.01 จุด ลดลง 45.13 จุด หรือ -0.63% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 24,259.96 จุด ลดลง 144.43 จุด หรือ -0.59%
แรงกดดันหลักมาจากความกังวลว่าความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพอาจไม่ราบรื่น หลังมีรายงานว่า นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกการเดินทางไปปากีสถาน ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพ ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านให้สัญญาณว่าอาจเข้าร่วมการหารือ หากสหรัฐฯ ยุตินโยบายกดดันและข่มขู่ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง
ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เคยฟื้นตัว ก่อนพลิกกลับมาปิดลบ โดยดาวโจนส์ลดลงจากจุดสูงสุดระหว่างวันราว 400 จุด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) แกว่งตัวแรงจากต่ำกว่า 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นไปใกล้ 100 ดอลลาร์ ก่อนปิดที่ 98.48 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดที่ 89.43 ดอลลาร์ ลดลง 0.24 ดอลลาร์ หรือ -0.27% สะท้อนความผันผวนของตลาดน้ำมัน ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงอุปทาน โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.7% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 1.4% และเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2568 หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับขึ้น 0.7% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากยอดขายสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน ขณะที่ยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนการใช้จ่ายผู้บริโภคใน GDP เพิ่มขึ้น 0.7%
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มนโยบายการเงิน หลังนายเควิน วอร์ช ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ให้การต่อวุฒิสภาว่า ไม่เคยให้คำมั่นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และย้ำว่าความเป็นอิสระของนโยบายการเงินเป็นสิ่งจำเป็น แม้ในเวลาเดียวกันวุฒิสมาชิกธอม ทิลลิส ระบุว่าจะชะลอการรับรองตำแหน่ง จนกว่ากระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน
ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นพลังงานเป็นกลุ่มเดียวในดัชนี S&P 500 ที่ปิดบวก โดยเพิ่มขึ้น 1.31% ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่กระแสคาดหวังต่อ AI และผลประกอบการที่แข็งแกร่งยังเป็นแรงประคองตลาด โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตราว 14%
สำหรับหุ้นรายตัว Amazon ปิดบวก 0.67% หลังประกาศจะลงทุนสูงสุด 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Anthropic สะท้อนว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ UnitedHealth พุ่งขึ้น 6.96% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีและรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาด ส่วน Apple ลดลง 2.52% ท่ามกลางแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
