“ราชกิจจาฯ” เผยแพร่คำสั่ง “ศบค.” ไฟเขียวบุคคล 11 กลุ่ม เข้าไทย ตั้งแต่วันนี้!

เว็บไซต์ “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่คำสั่ง “ศบค.” ไฟเขียวบุคคล 11 กลุ่ม เข้าราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่วันนี้!

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เรื่อง ข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 12) ระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป เป็นคราวที่ 3 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2563 นั้น

โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนํา 2019 หรือโรคโควิด – 19 ยังคงมี ความรุนแรงในต่างประเทศ ประกอบกับจะมีการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร จึงจําเป็นต้องกําหนด มาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการจัดการคัดกรองของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามมาตรการป้องกันโรค และเพื่อการควบคุมและป้องกันมิให้เกิด การระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรี จึงออกข้อกําหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ ของข้อกําหนด (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 กรณีการเปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร และ ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นทางคมนาคมทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ หรือโดยการใช้ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เรือ อากาศยาน หรือ ยานพาหนะอื่นใดเพื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

ย่อมกระทําได้ โดยเป็นไปตตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา และหลักเกณฑ์ที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้มีอํานาจตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วย การเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกําหนด เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคและจัดระเบียบ จํานวนบุคคลที่เดินทํางเข้ามาในราชอาณาจักรให้สอดคล้องกับความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองและการจัดสถานที่ไว้แยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต

สําหรับผู้โดยสารหรือผู้เดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้

(1) ผู้มีสัญชาติไทย

(2) ผู้มีเหตุยกเว้น หรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินกําหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจําเป็น โดยอาจ กําหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้

 

(3) บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงาน ของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศ

อนุญาตตามความจําเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดาหรือบุตรของบุคคล ดังกล่าว

(4) ผู้ขนส่งสินค้าตามความจําเป็น แต่เมื่อเสร็จภํารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว

(5) ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจํายานพาหนะซึ่งจําเป็นต้องเดินทํางเข้ามา ตามภารกิจและมีกําหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน

(6) ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซี่งเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย

(7) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบสําคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ ในราชอาณาจักร

(8) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทํางานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทํางานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสหรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

(9) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทยที่ทางการไทย รับรองตลอดจนบิดามารดา หรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว ยกเว้นนักเรียนหรือนักศึกษาของโรงเรียน นอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือของสถํานศึกษาอื่นของเอกชนที่มีลักษณะคล้ายกัน

(10) ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งมีควํามจําเป็นต้องเข้ามารับกํารตรวจรักษําพยําบําลในประเทศไทย และผู้ติดตํามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อกํารรักษําพยําบําลโรคโควิด – 19

(11) ผู้ไม่มีสัญชําติไทย ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) กับต่างประเทศ”

ข้อ 2 มาตรการป้องกันโรคสําหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อควบคุมดูแลให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา และหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกําหนดไว้ โดยเคร่งครัด

และให้ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อส่งหรือกําหนดเป็นเงื่อนไขในการเดินทางหรือการเข้ามาในราชอาณาจักร รับการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่และตามระยะเวลาซึ่งทางราชการกําหนด หรือปฏิบัติตามระบบการตรวจสอบการเดินทางในราชอาณาจักร หรือการใช้แอปพลิเคชัน ติดตามตัว เพื่อให้มารับการตรวจหาเชื้อเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการติดเชื้อก็ได้

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2563

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี