AJ – PTL ระวังฟิล์มลอก..!?

กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้งสำหรับสองหุ้นฟิล์มอาหารอย่างบริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ และบริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL เพราะถูกมองว่า ไตรมาส 2 กำไรจะโตระเบิดระเบ้อสวนกระแสโควิด...

สำนักข่าวรัชดา

กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้งสำหรับสองหุ้นฟิล์มอาหารอย่างบริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ และบริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL เพราะถูกมองว่า ไตรมาส 2 กำไรจะโตระเบิดระเบ้อสวนกระแสโควิด…

โดยมี 2 ปัจจัยที่ช่วยหนุนการเติบโต ได้แก่ 1) เม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักราคาถูกลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง

และ 2) ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด…ธุรกิจอาหารโดยเฉพาะเดลิเวอรี่เติบโตกระฉูด หนุนให้ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ฟิล์มอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งซองใส่หน้ากากอนามัยที่มีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง

ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้นร้อนแรง กอดคอกันวิ่งแรลลี่หลายวันต่อเนื่อง…ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นหุ้นที่ไม่มีใครเหลียวแล แทบไม่มีการเทรด มูลค่าการซื้อขายในแต่ละวันแห้งเหี่ยว บางวันไม่ถึงหลักล้านบาทด้วยซ้ำ

แต่ช่วงหลังโควิดมากลับวิ่งสู้ฟัด มีแรงเข้ามาเก็งกำไรในหุ้น AJ และ PTL หนาแน่น…เทรดกันหลายร้อยล้านบาทต่อวัน โดยเฉพาะ PTL ทำสถิติสูงสุดเทรดวันเดียวทะลุ 1.4 พันล้านบาท…

โอ้วววแม่เจ้า…เทรดกันยิ่งกว่าหุ้นใน SET50 หรือ SET100 ซะอีก…ไม่รู้มีอะไรดีนักหนา

โอเค…ไม่ปฏิเสธว่า ที่ผ่านมาทั้ง AJ และ PTL ทำผลงานได้ค่อนข้างดี…

โดย PTL พลาดท่าเล็กน้อยในช่วงปี 2559 ที่มีรายได้รวม 12,314 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 123 ล้านบาท

หลังจากนั้นก็กลับมาโชว์กำไรทุกปี โดยปี 2560 มีรายได้รวม 11,929 ล้านบาท พลิกมีกำไรสุทธิ 1,366 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้รวม 12,727 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท และปี 2562 มีรายได้รวม 15,264 ล้านบาท กำไรสุทธิสูงถึง 2,324 ล้านบาท

ฟาก AJ ปี 2559 มีรายได้รวม 7,032 ล้านบาท กำไรสุทธิ 121 ล้านบาท ส่วนปี 2560 มีรายได้รวม 7,879 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 443 ล้านบาท แต่มาสะดุดในปี 2561 ที่รายได้รวม 7,922 ล้านบาท กำไรสุทธิลดฮวบเหลือแค่ 17 ล้านบาท และปี 2562 มีรายได้รวม 7,083 ล้านบาท กำไรสุทธิ 236 ล้านบาท

แต่ราคาหุ้นช่วงนี้ดีเว่อร์ไปมั้ย..?

ยิ่งถ้าย้อนดูผลงานไตรมาสแรกปีนี้ จะเห็นว่า PTL ทำกำไรหล่นหายไปถึง 22.54% เหลือแค่ 1,803 ล้านบาท ขณะที่ AJ ขอใช้สิทธิผ่อนผันส่งงบไตรมาส 1/63 โดยจะแจ้งภายใน 14 ส.ค. 63 แทน…

เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างหรือไม่..?

ดังนั้น ผลงานไตรมาส 2 ที่ถูกมองว่าดี…ก็ต้องดูว่าจะออกมาดีจริงหรือเปล่า..?

ถ้าดีจริง…ราคาหุ้นคงพุ่งต่อ แต่ถ้าดีไม่จริง…ก็อาจเกิดปรากฏการณ์ฟิล์มลอกเอาได้นะ เดี๋ยวจะตายหมู่ไม่ทันตั้งตัว..!!

แต่ถ้าใครจะมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อกินปันผลขำ ๆ โดย PTL ยีลด์อยู่ที่ 3.14% ส่วน AJ ยีลด์ 1.58%

ก็นานาจิตตัง…

…อิ อิ อิ…