SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways’ รอประกาศงบฯแบงก์ แนะเก็งกำไร 3 หุ้นเด่น รับผลดีบาทอ่อน

โบรกฯมอง SET สัปดาห์นี้ ‘Sideways’ รอประกาศงบฯแบงก์ แนะเก็งกำไร 3 หุ้นเด่น รับผลดีเงินบาทอ่อน

Weekly outlook: “Sideways” ต้าน 1,370/1,386 จุด รับ 1,320/1,310 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์สัปดาห์นี้ (20 – 24 ก.ค.63) ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นพัฒนาการเชิงบวกของยาต้านไวรัสและวัคซีนต้านโรค Covid-19 มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  1. ยา Remdesivir ซึ่งเป็นยารักษาโรค Covid-19 ของบริษัท Gilead Sciences Inc สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 62% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน
  2. วัคซีนที่ทดลองโดยบริษัท Pfizer ของสหรัฐ และบริษัท BioNTech ของเยอรมนี ได้รับสถานะ Fast Track จากส านักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ซึ่งจะทำให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น จากการผ่อนคลายกฏระเบียบของ FDA
  3. ผลการทดลองเฟส 1 ของวัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna สามารถตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันได้ดี และอาจป้องกันโรค Covid-19 ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันกำลังทดลองเฟส 2ควบคู่ไปด้วย และมีแผนจะเริ่มเฟส 3 ในเดือนนี้
  4. วัคซีน AZD1222 ที่พัฒนาโดยบริษัท Astrazeneca และมหาวิทยาลัย Oxford ซึ่งการทดลองอยู่ในเฟส 2/3 ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มโอกาสที่วัคซีนจะถูกผลิตออกมาตามกำหนดการ เดือน ต.ค. ปีนี้ซึ่งทั้งหมดเพิ่มความคาดหวังที่จะลดการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ได้

เนื่องจากปัจจุบัน การแพร่ระบาดในหลายประเทศยังคงหนักหน่วง โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นสู่ 6-7หมื่นราย แตะจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและโลกในช่วง 2H20 โดยวัคซีนและยารักษาถือเป็นตัวแปรสำคัญ

ซึ่งหากสามารถทราบกรอบเวลาในการพัฒนาวัคซีนจนได้สำเร็จได้อย่างแน่ชัดจะทำให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกชัดเจนมากขึ้นได้ส่วนปัจจัยภายใน ค่าเงินบาทอ่อนค่าแรงกว่า 3.33% MTD คาดเป็นผลมาจาก

  1. การกลับ Position ของนักลงทุนต่างชาติ มา Long USD/THB(มองเงินบาทกลับมาอ่อน) หลัง Short มาในช่วงก่อนหน้า หลังประเมินความเสี่ยงต่อรายงานของกระทรวงการคลัง US : FX Manipulator ลดลง
  2. ความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้นและ
  3. สถานการณ์ Covid-19 ภายในที่กระเพื่อมขึ้น และ 2nd wave Covid-19 ของประเทศที่คาดหวังจะทำ Travel Bubble และจีนที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวภายใน ทำให้โอกาสการเกินดุลบริการฟื้นตัวช้าลง และถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยกดดันเงินบาทอ่อนค่า

ซึ่งแม้จะเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออก แต่เป็นแรงกดดัน SET เสี่ยงต่อ Outflow ได้นอกจากนี้ เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ 2Q20 ของกลุ่มธนาคาร โดยจากคาดการณ์ของ Consensus คาดกำไรสุทธิรวม 3.48 หมื่นล้านบาท -35%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน -30%เทียบไตรมาสก่อนหน้าเป็นแรงกดดันต่อกลุ่มธนาคารถ่วงดัชนีได้

กลยุทธ์การลงทุน : แกว่งรอผลประกอบการกลุ่มธนาคาร บวกค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยกดดัน Outflow ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงแนะนำถือหุ้นเพียง 25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นหุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า(CPF, TU, TFG, KCE, HANA) หรือกลุ่มที่คาดผลประกอบการเด่น(TASCO, AP, ICHI, OSP, TPCH, JMT, JMART)

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ CPF, ICHI, OSP ส่วนสัปดาห์ก่อน TASCO, TU, KCE ให้ผลตอบแทน 1.87 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน 0.67 %

1) ICHI (TP 9.05): แนวโน้มก าไรไตรมาส 2 ยังเด่นต่อเนื่อง

2) OSP (TP 47): คาดกำไรไตรมาส 2 โต 7%y-y + C-Vitt ยังขายดีต่อเนื่อง

3) CPF (36): คาดผลประกอบการไตรมาส 2 เด่น และดีต่อในไตรมาส3