‘ทรัมป์’ ยังเป็นตัวเลือกดีสุดสำหรับจีน

หลังจากที่จีนและสหรัฐฯ ได้สั่งปิดสถานกงสุลตอบโต้กันไปเรียบร้อยแล้ว พัฒนาการที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะมองว่า ความสัมพันธ์อาจเข้าขั้นวิกฤติที่ทั้งสองฝ่ายไม่น่าจะเผาผีกันได้แล้ว แต่ในมุมของนักวิเคราะห์กลยุทธ์ ยังคงเชื่อว่า จีนยังอยากจะเห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัยหนึ่ง

พลวัตปี 2020 : ฐปนี แก้วแดง (แทน)

หลังจากที่จีนและสหรัฐฯ ได้สั่งปิดสถานกงสุลตอบโต้กันไปเรียบร้อยแล้ว พัฒนาการที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะมองว่า ความสัมพันธ์อาจเข้าขั้นวิกฤติที่ทั้งสองฝ่ายไม่น่าจะเผาผีกันได้แล้ว แต่ในมุมของนักวิเคราะห์กลยุทธ์ ยังคงเชื่อว่า จีนยังอยากจะเห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัยหนึ่ง

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

รอดเกอร์ เบเคอร์ รองประธานฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ของบริษัทที่ปรึกษา สแตรตฟอร์ มองว่า รัฐบาลปักกิ่งอยากจะเห็นคณะบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ได้บริหารประเทศต่อไปเพราะว่าจะทำให้รัฐบาลปักกิ่งได้ทำตามแผนการอันทะเยอทะยานต่อไปได้ เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดจนถึงขณะนี้ แนวทางที่คณะบริหารของทรัมป์ได้ทำและการรับรู้ในนานาประเทศของต่อบริหารชุดนี้ ทำให้รัฐบาลปักกิ่งได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เรากำลังได้เห็นที่มันกำลังเกิดขึ้นภายในสหรัฐฯ หรือการแบ่งขั้วภายในสหรัฐฯ

สิ่งที่จีนกลัวจริง ๆ คือ นโยบายสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายร่วมกัน และนโยบายระหว่างประเทศที่ร่วมมือกันบีบบังคับจีน

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ เริ่มตึงเครียดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้เมื่อสองฝ่ายทะเลาะกันในหลาย ๆ เรื่อง จนล่าสุดได้มาจบลงที่จีนปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเฉิงตู หลังจากที่สหรัฐฯ ปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน

ไมค์ พอมเพว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะไม่ทนต่อกลยุทธ์ของจีนที่จะช่วงชิงการจัดระเบียบโลกอีกต่อไปและเรียกร้องให้พันธมิตรชักจูงให้จีนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ชาวจีนที่รักเสรีภาพที่แตกต่างจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับอำนาจที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ได้ถึงจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ได้มีความสัมพันธ์ในระดับปกติ แต่ ยังไม่ค่อยชัดเจนว่าคณะบริหารสหรัฐฯ กำลังพยายามที่จะทำอะไรให้สำเร็จแม้ว่าต้องการให้มีการผลักดันระดับโลกเกี่ยวกับการกดขี่ภายในประเทศและการสำแดงอำนาจระหว่างประเทศของจีน

ไมเคิล ฟิวส์ นักวิชาการของ Center for American Progress มองว่าคำถามในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่จะสหรัฐฯ จะตอบโต้จีนกลับหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะทำให้มันได้ผลอย่างไร แต่ในขณะนี้ดูเหมือนว่า คณะบริหารสหรัฐฯ กำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้ดูว่าเอาจริงกับจีนแต่ไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าพวกเขาต้องการจะทำให้อะไรสำเร็จและต้องการให้จีนเปลี่ยนพฤติกรรมแบบไหน

ในมุมมองของรัฐบาลปักกิ่ง ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต อาจมีการทูตที่สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น ก็จริง แต่อาจไม่เอื้อประโยชน์ต่อจีนมากที่สุด และในความเป็นจริง การนั่งในตำแหน่งอีกสี่ปีของทรัมป์ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความน่ารำคาญและการพิพาท แต่อาจสร้างโอกาสให้จีนได้ขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียตะวันออกและทั่วโลกได้

หลง หยงตู อดีตผู้เจรจาการค้าของจีนที่ได้เคยพูดไว้ในระหว่างการประชุมแห่งหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้วว่า จีนต้องการให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งเพราะการทวีตของทรัมป์ทำให้จีนอ่านได้ง่ายและทรัมป์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเจรจา

หู ซี่จิน บรรณาธิการโกลบัล ไทม์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่มักให้เบาะแสที่มักเป็นจริงเสมอ ก็ได้กล่าวในเดือนพฤษภาคมว่า เป็นความปรารถนาของชาวจีนที่จะให้ทรัมป์ได้รับเลือกอีกครั้งเพราะเขาสามารถทำให้อเมริกาดูแปลกประหลาดและทำให้ทั่วโลกเกลียดชังและยังช่วยสร้างความสามัคคีในจีน

ชาวอเมริกันหลายคนเชื่ออย่างเข้าใจผิดว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่แข็งกร้าวกับจีน โดยคณะบริหารของเขาได้เก็บภาษีสินค้าจีน ลงโทษ บริษัท และเจ้าหน้าที่คนสำคัญของจีนบางส่วนและกดดันให้ปักกิ่งทำการค้าอย่างเป็นธรรม แม้ว่าจีนหลีกเลี่ยงที่จะทะเลาะกับลูกค้ารายใหญ่อย่างสหรัฐฯ แต่ทรัมป์ก็ไม่สามารถทำให้ผู้นำในปักกิ่งเกรงกลัวอย่างที่หวังได้ มิหนำซ้ำทรัมป์ยังสามารถชักจูงได้ง่าย หากเจรจาแล้วได้ “ราคา” ที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น ทรัมป์ได้แสดงให้เห็นถึงความสับสนต่อการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โดยเคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องระหว่างจีนและฮ่องกงเพราะฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน และในปีนี้เมื่อสัญญาว่าจะลงโทษอย่างหนักเพื่อตอบโต้ต่อการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้กระตือรือล้นสักเท่าไหร่

แม้แต่เรื่องการค้าที่ถือว่าเป็นเรื่องที่เขาทวีตลงมากสุด แต่ทรัมป์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่กล้าหาญและแน่วแน่เพียงพอ ผู้เจรจาของจีนสามารถสร้างความมั่นใจให้เขาเลื่อนหารือปัญญาสำคัญต่อธุรกิจอเมริกัน อย่างโครงการของรัฐที่อุดหนุนบริษัทจีน เพื่อไปเจรจา “ข้อตกลงเฟสสอง” ซึ่งยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และทรัมป์กลับไปลงนามใน “ข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่ง” ที่เน้นไปที่การซื้อสินค้าเกษตรอเมริกา แต่ไม่มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลปักกิ่งได้

แม้ว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนสำคัญของรัฐบาลจีนออกมาเผยความในใจว่าจีนต้องการให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ แต่ในเวลานี้ ดูเหมือนว่า ทรัมป์จะเป็น “ตัวเลือก” ที่ดีที่สุดสำหรับจีน แม้ว่าจะรำคาญกับความไม่คงเส้นคงวาของเขาเพียงไรก็ตาม