STARK กำไรกระฉูด!

STARK เป็นอีกหนึ่งในหุ้นสร้างความเซอร์ไพรส์ได้อย่างน่าทึ่ง เนื่องจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2563 และงวดครึ่งปีแรกออกมาอย่างก้าวกระโดด

คุณค่าบริษัท

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เป็นอีกหนึ่งในหุ้นสร้างความเซอร์ไพรส์ได้อย่างน่าทึ่ง เนื่องจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2563 และงวดครึ่งปีแรกออกมาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ชื่อ STARK กลายเป็นหุ้นที่มีเสน่ห์ต่อการลงทุนในอนาคต

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,656.55 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,033.01 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการเริ่มรับรู้ผลประกอบการของ TPC และ DVN ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นมา ประกอบกับบริษัทประสบความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ รวมถึงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยได้เพิ่มสูงขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ PDITL มีความได้เปรียบคู่แข่งทั้งในเชิงราคาและคุณภาพ ตลอดจนการให้บริการหลังการขายที่ครบวงจร นอกจากนี้บริษัทมี EBITDA เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 440.49 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 8.10 ล้านบาท

ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7,666.37 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 5,834.74 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 701.43 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 132.67 ล้านบาท

เหตุจุดแข็งที่ทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่ง ตามที่บริษัทเข้าซื้อ TPC และ DVN แล้วเสร็จ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ส่งผลให้งบการเงินประจำไตรมาส 2 รวมถึงช่วงไตรมาส 1 แสดงฐานะทางการเงินแกร่ง นอกจากนี้บริษัทได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันการเงินในการเข้าลงทุนดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีจุดเปลี่ยนที่แกร่งขึ้นมาจากการดำเนินการเข้าทำการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (Reverse Takeover) จากการที่บริษัท สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) ทำให้บริษัทเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจหลักจาก ธุรกิจสื่อและมัลติมีเดีย (ธุรกิจเดิม) เป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานประเภทผลิตและจำหน่ายสายไฟฟ้าและสายเคเบิลภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (PDITL) ตลอดจนการที่บริษัทเข้าลงทุนในธุรกิจการให้บริการด้านทรัพยกรบุคคลและอื่น ๆ ของกลุ่มอดิสร (รวมเรียกว่า “ธุรกิจใหม่”)

ทั้งนี้ ทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว ทั้งในด้านการแข่งขันในภูมิภาค การมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นและเพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างยั่งยืน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ 16,500,000,000 หุ้น 69.29%
  2. Stark Investment Corporation Limited 5,000,000,000 หุ้น 21%
  3. นายรีวิน เพทายบรรลือ 1,171,666,666 หุ้น 4.92%
  4. นายณัฐภัทร ศุภนันตฤกษ์ 767,269,938 หุ้น 3.22%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ
  2. นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  3. นายนิรุทธ เจียกวธัญญู กรรมการ
  4. นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ
  5. นายชินวัฒน์ อัศวโภคี กรรมการ