สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ทำเนียบขาวแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับแกนนำในสภาคองเกรสอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการออกกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,791.44 จุด เพิ่มขึ้น 357.96 จุด หรือ +1.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,360.47 จุด เพิ่มขึ้น 9.19 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,968.36 จุด ลดลง 42.62 จุด หรือ -0.39%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งช่วยหนุนหุ้นที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีนยังคงส่งผลกดดันตลาด และถ่วงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.30% ปิดที่ 364.65 จุด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,050.59 จุด เพิ่มขึ้น 18.41 จุด หรือ +0.31%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,687.53 จุด เพิ่มขึ้น 12.65 จุด หรือ +0.10% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,909.51 จุด เพิ่มขึ้น 19.99 จุด หรือ +0.41%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,050.59 จุด เพิ่มขึ้น 18.41 จุด หรือ +0.31%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังจากผู้บริหารของบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชียจะฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข่าวการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของอิรัก

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 72 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 41.94 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 44.99 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในสัปดาห์นี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11.7 ดอลลาร์ หรือ 0.58% ปิดที่ 2,039.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.721 ดอลลาร์ หรือ 6.25% ปิดที่ 29.261 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 32.3 ดอลลาร์ หรือ 3.33% ปิดที่ 1,002.7 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 93.80 ดอลลาร์ หรือ 4.3% ปิดที่ 2,270.40 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินบางสกุล ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในวันที่ 15 ส.ค.นี้

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9151 ฟรังก์ จากระดับ 0.9133 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3352 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา และหากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์ทรงตัวอยู่ที่ระดับ  105.94 เยน

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1742 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1781 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3068 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3051 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7151 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7149 ดอลลาร์สหรัฐ