1,335 จุดตั้งฐาน

*วันนี้เดี๊ยนขอเบรกอารมณ์ร้อน ๆ ของผู้คนที่กำลังด่าไฟแลบเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการเมือง ซึ่งมีทั้งกลุ่มคนที่เป็นพวกร้อนวิชา พวกที่คลั่งประชาธิปไตย (คนอื่นเห็นต่างด่ากระจาย) พวกที่เป็นอีแอบคอยบงการทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งพวกที่คอยตีกินก็มีไม่ใช่น้อย จึงขอหยุดพักประเด็นร้อน เพื่อหันหน้าเข้าสู่เรื่องเย็น ๆ สบาย ๆ หลังจากผ่านช่วงวันแม่ จึงขอให้ลูก ๆ ทุกคนรักคุณแม่ให้มาก ๆ เหมือนเช่นที่ “โมนิก้า” บอกรักแม่ทุกวันด้วยนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้เดี๊ยนขอเบรกอารมณ์ร้อน ๆ ของผู้คนที่กำลังด่าไฟแลบเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการเมือง ซึ่งมีทั้งกลุ่มคนที่เป็นพวกร้อนวิชา พวกที่คลั่งประชาธิปไตย (คนอื่นเห็นต่างด่ากระจาย) พวกที่เป็นอีแอบคอยบงการทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งพวกที่คอยตีกินก็มีไม่ใช่น้อย จึงขอหยุดพักประเด็นร้อน เพื่อหันหน้าเข้าสู่เรื่องเย็น ๆ สบาย ๆ หลังจากผ่านช่วงวันแม่ จึงขอให้ลูก ๆ ทุกคนรักคุณแม่ให้มาก ๆ เหมือนเช่นที่ “โมนิก้า” บอกรักแม่ทุกวันด้วยนะคะ

*ก่อนจะเข้าสู่หุ้นรายตัว “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึงบรรยากาศการลงทุนที่ทำท่าจะไปสวย หลังดัชนีทะยานขึ้นไปถึงระดับ 1,353.53 จุด ก็ทำให้นักเล่นเกิดอาการกระปรี้กระเปร่ากันเป็นแถว เพราะเชื่อว่า ดัชนีจะขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,360 จุด แต่ในระหว่างนั้นกลับมีมือที่มองไม่เห็นเริ่มรินหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จนท้ายสุดดัชนียืนปิดที่ 1,346.69 จุด บวกไป 9.85 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.78 หมื่นล้านบาท มันทำให้สถานการณ์โดยรวมยังทรงตัวนะจะบอกให้

*ตรงนี้เป็นประเด็นที่ “โมนิก้า” อยากให้นักลงทุนทำความเข้าใจเพิ่มอีกนิดหนึ่งว่า หากดัชนียังยืนได้แบบนี้..มันก็สดชื่นกันอย่างถ้วนหน้า หากวันนี้ไม่สามารถบวกต่อเพื่อทำฐานสูงขึ้นได้ เดี๊ยนอยากให้ทุกคนหันมามองแนวรับตรงบริเวณเส้น 10 วันที่ระดับ 1,335 จุด  ซึ่งเป็นจุดตั้งฐานสำหรับการเล่นรอบ เดี๊ยนถึงไม่แปลกใจที่หุ้นหลายตัวมีอาการผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตลอดเวลาเจ้าค่ะ

*เรื่องนี้เทียบได้กับการขึ้นต่อเนื่องของหุ้น HANA ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 39.75 บาท บวกไป 3.75 บาท หรือขึ้นไป 10.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.50  พันล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่สัมพันธ์โดยตรงกับกำไรเติบโต ถึงมีการเข้ามาไล่ราคากันอย่างคึกคัก แต่ข้อมูลที่น่าสนใจมากสุดในเที่ยวนี้ดันอยู่ที่ หุ้นขึ้นมาใกล้ยอดเก่า แถมยังเทรดกันบน P/E 17 เท่า วันนี้ยังจะไปไหวหรือเปล่า ?

*ส่วนในรายของ KBANK เห็นผงกหัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดที่ 91.50 บาท บวกไป 6.25  บาท หรือขึ้นไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.90 พันล้านบาท  “โมนิก้า” ถือเป็นจังหวะของการดีดกลับรอบใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม หลังจากโดนถล่มทิ้งเป็นเวลานานนั้น มันเป็นจังหวะที่ต้องชั่งใจมากพอสมควร เพราะสัญญาณเทคนิคบางตัวยังคงอ่อนแอแบบนี้..หืดขึ้นคอแน่ ๆ เจ้าค่ะ

*ผิดกับในรายของ MAJOR กระชากขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงระยะเวลา 2 วันทำการที่ผ่านมา จนวานนี้ขึ้นมายืนปิดที่ 16.30  บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 7.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 197  ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นช็อตวัดใจนักเล่นอย่างแท้จริง เพราะเป็นการทำ new high ในรอบ 2 เดือน หากวันนี้แรงซื้อไม่มากพอ ก็มีโอกาสทรุดตัวลงแรง ก่อนจะแกว่งตัวหาฐานแนวรับ ต่อจากนั้นถึงดีดตัวขึ้นต่อ จังหวะนี้ถึงต้องวางแผนการเล่นให้ดี ๆ นะจะบอกให้

*เหมือนกับการทะยานขึ้นของหุ้นม้าหมุน (วนลูปไปเรื่อย ๆ) AAV  เพราะทันทีที่เห็นผลงานขาดทุนอ่วมอรทัยแบบเต็มตา แรงซื้อก็ไหลบ่าเข้ามาเป็นจำนวนมาก “โมนิก้า” ถือเป็นหนังเรื่องยาวที่ต้องจับจังหวะการเล่น “เกมบุก” กับ “เกมรับ” ให้แม่นยำ หลังกระชากขึ้นมาปิดที่ 2.04 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 6.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 313 ล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อจากนั้นก็กลับไปแย่เหมือนเดิมนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TASCO หากมองถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจ “โมนิก้า” ถือเป็นบริษัทที่น่าชมเชยบริษัทหนึ่งก็ว่าได้ แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมของราคาหุ้น มันน่าจับมาตีก้นเสียให้เข็ดหลาบสักที เพราะในจังหวะที่หุ้นไต่เพดานสูงขึ้น มักเจอกับแรงเทขายออกมาเป็นระลอก แต่หุ้นก็ยังไปต่ออย่างแข็งแกร่ง ครั้นถึงจังหวะงานเลี้ยงเลิกขึ้นมาทีไร หุ้นไหลรูดลงหนักแบบไม่ทันตั้งตัวทุกที  วานนี้ถึงเห็นหุ้นยืนที่ 24.80 บาท ลบไป 1.95 บาท หรือลงไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 716 ล้านบาทไงล่ะค่ะ

*ไหน ๆ เม้าท์ถึงหุ้นร้อนทั้งที “โมนิก้า” ขอย้อนรอยกลับไปดูหุ้นป่วย (ซิค) SICT เพื่อบอกให้แฟนคลับทั่วไปรู้ว่า การไหลลงของหุ้นรอบนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวเลขกำไรวิ่งไม่ทันราคาหุ้น รวมถึงแผนธุรกิจก็ไม่มีอะไรมาเซอร์ไพรส์ หุ้นเลยทรุดตัวลงมาปิดที่ 4.50 บาท ลบไป 0.28 บาท หรือลงไป 5.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 91 ล้านบาท มันเป็นช็อตที่ต้องถอยลูกเดียว เพราะยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้หุ้นเด้งขึ้นได้เลยนะซี