“อนุพงษ์” ดันขับเคลื่อน “โคกหนองนา โมเดล” ตามแผนฟื้นฟูศก.-สังคม ใต้กรอบวงเงิน 4 แสนลบ.

"อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย ดันขับเคลื่อน “โคกหนองนา โมเดล” ตามแผนฟื้นฟูศก.-สังคม ใต้กรอบวงเงิน 4 แสนลบ.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ว่า โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” มีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับงบประมาณ แต่อยู่ในกำกับดูแลของ รมว.มหาดไทย ตามแผนงาน 3.2 มูลค่า 4,787,916,000 บาท เป็นหนึ่งในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ได้แก่

1) การฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล”

2) การสร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลและพัฒนาครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับครัวเรือน

3) การสร้างงานสร้างรายได้รายเดือนให้แก่เกษตรกร แรงงานและบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน

4) การกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน

5) การบูรณาการร่วมพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล

6) การพัฒนาสร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูป และการตลาด ตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย

7) การพัฒนาระบบดิจิทัลรองรับ Local Economy ด้วยการสร้างระบบโปรแกรมและระบบฐานข้อมูล ที่สามารถใช้ต่อยอดในประโยชน์ด้านต่างๆ ในอนาคต

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำเรื่องง่ายใกล้ตัวประชาชน คือ การปลูกพืชผักสวนครัวมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความมั่นคงความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ และยังนำมาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การแบ่งปัน ช่วยเหลือ การรวมกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร เพื่อสร้างความเข้มแข้งให้กับชุมชน ก่อให้เกิดชุมชนเกื้อกูล เพิ่มพูนสามัคคี วิถีพอเพียง

“ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด พัฒนาการจังหวัด ร่วมกันใช้ความรู้และใช้ภูมิปัญญาของไทยสร้างสิ่งที่มีคุณค่าตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยงบประมาณโครงการนี้มาจาก พ.ร.บ.กู้เงินฯ ดังนั้นขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยดูแลให้ทุกขั้นตอนการดำเนินการต้องมีความโปร่งใส ไม่มีการโกง ให้เกิดประโยชนสูงสุดแก่ประชาชน สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกพื้นที่ และยกระดับเศรษฐกิจไทยต่อไปได้อย่างยั่งยืน” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว