JUBILE ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังฟื้น หนุนรายได้ปีนี้ทรงตัว 1.8 พันลบ.

JUBILE ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังฟื้น หนุนรายได้ปีนี้ทรงตัว 1.8 พันลบ.

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปี 63 จะปรับตัวลดลงไม่เกิน 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.8 พันล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 2/63 สาขาของบริษัทที่ดำเนินการอยู่ในห้างสรรพสินค้าเกือบทั้งหมดต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวกว่าเดือนครึ่งในช่วงล็อกดาวน์ หรือคิดเป็น 17% ของวันทำงานที่หายไป จึงส่งผลกระทบรายได้ในไตรมาส 2/63 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ห้างสรรพสินค้าต้องหยุดให้บริการชั่วคราว บริษัทได้หันมาเน้นการขายผ่านช่องทาง E-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ และสามารถสร้างรายได้เข้ามาทดแทนในช่วงดังกล่าวได้เล็กน้อย

โดยในครึ่งปีหลังนี้บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 618.04 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันสาขาทั้งหมดได้กลับมาเปิดให้บริการครบแล้ว และยอดขายก็เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาเกือบจะ 100% อีกทั้งบริษัทได้จัดงาน JUBILE DIAMOND MIDYEAR GRAND SALE 2020 เป็นงานมหกรรมเครื่องประดับเพชรครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปีในช่วงวันที่ 30 ก.ค.-2 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า หลังจากกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ ถูกเลื่อนออกมาจากช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงยังออกแคมเปญวันแม่เพื่อกระตุ้นยอดขายอีกด้วย

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจทุกปีที่จะมีการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล ขณะที่บริษัทจะยังมุ่งเน้นการขายผ่านช่องทาง E-Commerce มากขึ้น หลังจากเห็นถึงโอกาสทางการขายเพิ่มขึ้น โดยคาดในช่วงครึ่งปีหลังจะมียอดขายจากช่องทาง E-Commerce เพิ่มเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวม จากปี 62 ที่มียอดขายจากช่องทาง E-Commerce ต่ำกว่าระดับ 1% ของรายได้รวม

ปัจจุบัน JUBILE มีสาขาหน้าร้านรวม 127 สาขา แบ่งเป็น แบรนด์ Jubilee จำนวน 120 สาขา และแบรนด์ Forevermark จำนวน 7 สาขา ขณะเดียวกันก็มีฐานลูกค้ารวม จำนวน 180,000 ราย

“เราคาดว่ารายได้ปีนี้จะลดลงไม่ต่ำไปกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังโควิด-19 กระทบกับการขายหน้าร้านค้า แต่บริษัทก็ได้มีการปรับกลยุทธ์มามุ่งขายผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบกับปัจจุบันก็ได้กลับมาเปิดร้านค้าได้ตามปกติแล้ว และจัดกิจกรรมส่งเสรการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ก็เชื่อว่าจะทำให้ปีนี้ รายได้จะไม่ต่ำไปกว่านี้ และปี 64 น่าจะกลับมาใกล้เคียงกับปี 62 ที่มีรายได้ที่ 1.8 พันล้านบาทได้” นางสาวอัญรัตน์ กล่าว

นางสาวอัญรัตน์ กล่าวว่า สำหรับความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ ยังคงเน้นนโยบายรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 45% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไม่ต่ำกว่า 12% ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 63 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 49.60% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 12.98% โดยการบริหารส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ (Product Mix), การออกสินค้าใหม่ๆ, การสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง และการทำกิจกรรมร่วมกับฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ล่าสุดนิตยสาร Forbes ได้คัดเลือกบริษัท ติดอันดับ Asia’s 200 Best Under A Billion 2020  ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทไทยสามารถเข้าไปอยู่ในลิสต์ 19 บริษัท จากการคัดเลือก 200 บริษัทมหาชน ที่รายได้ต่ำกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2020 โดยพิจารณาจากบริษัทมหาชนขนาดเล็กและกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่มีรายได้สูงกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่เกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 18,000 บริษัท แล้วคัดเลือก 200 บริษัทที่มีคุณสมบัติดีที่สุดตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีรายได้และกำไรเติบโตดีอย่างน้อย 3 ปีย้อนหลัง มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อหุ้นแข็งแกร่งตลอด 5 ปีย้อนหลัง มีภาระหนี้ต่ำ และมีการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง

คำค้น