“เฟด” แก้เกมศก. ประกาศรื้อนโยบายการเงินครั้งใหญ่ ปูทางเงินเฟ้อดีดตัว-ตรึงดอกเบี้ยต่ำ

"เฟด" แก้เกมศก.สหรัฐฯ ประกาศรื้อนโยบายการเงินครั้งใหญ่ ปูทางเงินเฟ้อดีดตัว-ตรึงดอกเบี้ยต่ำ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮลเมื่อวานนี้ ในหัวข้อ “Navigating the Decade Ahead: Implications for Monetary Policy”

การประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก ขณะที่ไฮไลท์จะอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐา

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวานนี้ โดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐฯ

การประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เฟดมีแนวโน้มน้อยลงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น

ก่อนหน้านี้ เฟดมีความเชื่อว่าอัตราว่างงานต่ำจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจนถึงขีดอันตราย ทำให้เฟดดำเนินการล่วงหน้าด้วยการรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจก่อตัวขึ้น
นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2%

นักวิเคราะห์คาดว่า เฟดจะระบุรายละเอียดของการใช้เครื่องมือ “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. โดยเฟดจะกำหนดช่วงการปรับตัวขึ้นลง หรือช่วง +/- ของอัตราเงินเฟ้อจากระดับ 2%

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เฟดกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% แต่ในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงิน เฟดพบว่าเงินเฟ้อในสหรัฐฯ มักอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อต่ำ ทำให้เฟดมีแนวคิดที่จะปล่อยให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักการขยายตัวที่อ่อนแอในระยะยาว และอำนาจการกำหนดราคาในระดับต่ำ

“หลายคนอาจไม่เห็นด้วยที่เฟดจะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปจะสร้างความเสี่ยงที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจ” นายพาวเวล กล่าว

ประธานเฟดยังได้ระบุว่าสถานการณ์ในปัจจุบันได้แตกต่างจากเมื่อ 40 ปีก่อน ซึ่งเฟดในขณะนั้นต้องทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งเพื่อพยายามสกัดเงินเฟ้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เฟดต้องหันมาให้ความสนใจต่ออัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ