สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีเกินคาด และหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานาน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,653.87 จุด เพิ่มขึ้น 161.60 จุด หรือ +0.57%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,508.01 จุด เพิ่มขึ้น 23.46 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,695.63 จุด เพิ่มขึ้น 70.30 จุด หรือ +0.60%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในสเปน, ฝรั่งเศส และอิตาลี ขณะที่ตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของเยอรมนีและฝรั่งเศสด้วย

นอกจากนี้ ความวิตกเกี่ยวกับสุขภาพของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และข่าวเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งของเขา ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นยุโรป

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.52% ปิดที่ 368.80 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,033.20 จุด ลดลง 63.16 จุด หรือ -0.48%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,002.94 จุด ลดลง 13.03 จุด หรือ -0.26% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,963.57 จุด ลดลง 36.42 จุด หรือ -0.61%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) และปิดปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันหุ้นกลุ่มส่งออกด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,963.57 จุด ลดลง 36.42 จุด หรือ -0.61%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับพายุเฮอริเคนลอราซึ่งสร้างความเสียหายต่อสาธารณูปโภคด้านพลังงานของสหรัฐน้อยกว่าที่คาดกันไว้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 7 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 42.97 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ปรับตัวขึ้น 1.5% ในรอบสัปดาห์นี้

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 45.05 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่บวกขึ้น 1.6% ในรอบสัปดาห์นี้

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับนโยบายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาที่จะปล่อยให้การจ้างงานและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในสหรัฐ ขณะที่จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป และราคาทองยังได้แรงหนุนจากการที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงด้วย

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น หลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนราคาทอง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 42.3 ดอลลาร์ หรือ 2.19% ปิดที่ 1,974.9 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวขึ้น 1.4% ในรอบสัปดาห์นี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 59.2 ดอลลาร์ หรือ 2.18% ปิดที่ 27.79 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 11.9 ดอลลาร์ หรือ 1.28% ปิดที่ 940 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 41 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 2,231.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความระมัดระวังในการซื้อขายหลังจากนายชินโซ อาเบะ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานานด้วย

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.69% แตะที่ 92.3711 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.41 เยน จากระดับ 106.61 เยน, เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์อ่อนค่าสู่ระดับ 0.9050 ฟรังก์ จากระดับ 0.9087 ฟรังก์ และดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3094 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3128 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1890 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1821 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3341 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3204 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7356 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ  0.7258 ดอลลาร์สหรัฐ