กังขา AOT แก้สัญญาเอื้อ “คิงเพาเวอร์ ” ทำรัฐเสียหาย “เรืองไกร” ยื่นสตง.สอบ!

กังขา AOT แก้สัญญาเอื้อ "คิงเพาเวอร์ " ทำรัฐเสียหาย "เรืองไกร" ยื่นสตง.สอบ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ส.ค.63) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้ตรวจสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ว่ากระทำการให้เกิดความเสียหายต่อกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่หรือไม่

โดยหนังสือร้องเรียนของนายเรืองไกร ระบุว่า กระทรวงการคลังถือหุ้น AOT สัดส่วน 70% (ประมาณ 10,000 ล้านหุ้น) และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ถือหุ้น 1.15% (ประมาณ 164.54 ล้านหุ้น)

พร้อมทั้งอ้างอิงหนังสือของ AOT ที่ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 30 ก.ค.63 เรื่อง การขยายระยะเวลาการปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ การเลื่อนระยะเวลาประกอบกิจการและกำหนดแนวทางการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำของสัญญาให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์

รวมถึงหนังสือที่ AOT แจ้งตลท.วันที่ 25 ส.ค.63 เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในการขยายระยะเวลาการสิ้นสุดสัญญาและการปรับการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ

โดยนายเรืองไกร ระบุว่า จากเอกสารหลักฐานของ AOT ดังกล่าว มีเหตุอันควรตรวจสอบว่า AOT มีการกระทำที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นหรือไม่ ทั้งเรื่องมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลดลงทุกๆ 1 บาท ทำให้มูลค้าหุ้นที่กระทรวงการคลังถือหุ้นลดลง 10,000 ล้านบาท และกำไร AOT ที่ลดลง ย่อมมีผลทำให้หระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลน้อยลงไปด้วย นั่นหมายถึงหากเงินปันผลลดลง 1 บาท กระทรวงคลัง จะได้เงินปันผลลดลง 10,000 ล้านบาท

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องขอให้สตง.เรียกเอกสารหลักฐานจาก AOT และบริษัทแอกชนที่กี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนด TOR การลงนามสัญญา การแก้ไขเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลังลงนามสัญญา มาตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อพิสูจน์ว่ามีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐหรือไม่ พร้อมขอเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเพื่อชี้เบาะแส เนื่องจากเป็นเรื่องตัวเลขบัญชีและการเงินด้วย

คำค้น