KSS มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งขึ้น ชูหุ้นเด่น AOT-THAI-PTTGC

บล.กรุงศรี ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น รับปัจจัยบวกจากโอกาสสำเร็จในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และลุ้น ครม. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชู AOT, THAI และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยถึงมุมมองตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์ (Weekly Outlook) ว่า ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้างถึงปรับตัวขึ้น (Sideways/Up) โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,494 และ 1,515 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,466 และ 1,454 จุด กลยุทธ์การลงทุนคาดว่าตลาดจะตอบรับในเชิงบวก โดยจุดที่ดีคือการที่ตลาดได้ลดสถานะบางส่วนไปแล้วก่อนการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านรอบที่ 2 ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันสัญญาณก่อนการเจรจาเป็นไปในทิศทางบวก อิงจากกระแสข่าวที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มผ่อนปรนเงื่อนไขการเจรจาบางส่วนลง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ แนะนำให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะมีการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและภาคบริการ อาทิ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” รวมถึงมาตรการสนับสนุนการลงทุนต่างๆ นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่จะออกมาในระดับที่สามารถช่วยประคองตลาดได้

ทั้งนี้ KSS ได้ประเมินหุ้นเด่นที่น่าสนใจตามธีมการลงทุนต่างๆ ประกอบด้วย

1.กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT, บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON และ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET

2.กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากทิศทางเชิงบวกของการเจรจาสันติภาพ ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT

3.กลุ่มหุ้นตามธีมความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ (Stock of the Week) KSS แนะนำลงทุนใน AOT, THAI และ PTTGC โดยมีรายละเอียดดังนี้

AOT (ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 65 บาท): ได้รับแรงหนุนจากโอกาสที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะได้ข้อสรุปในทางบวกสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

THAI (ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 7.85 บาท): มีปัจจัยหนุนจากการเตรียมเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ผสานกับโอกาสเชิงบวกจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

PTTGC (ราคาเป้าหมายสูงสุดตามคอนเซนซัสที่ 37 บาท): ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามต่ออุปทาน (Supply) รวมถึงมีโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) จากความต้องการใช้สินค้าในกรณีที่สงครามยุติและเดินหน้าเข้าสู่การซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเมือง

นอกจากนี้ KSS ยังได้วางกรอบธีมการลงทุน (Investment Theme) ที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นเด่นประจำเดือนเมษายน 2569 (April 26 Best Picks) แนะนำ TRUE, GULF, PTT, PTTGC, IVL, TOP และ THAI ส่วนหุ้นเด่นสำหรับไตรมาส 2/2569 แนะนำ ADVANC, AOT, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, GPSC, GULF, IVL, PTT, PTTGC, THAI และ TRUE ขณะที่หุ้นขนาดเล็กที่น่าสนใจ (Small Cap Play) แนะนำ AMATA, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, CENTEL, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC

Back to top button