ICHI กลยุทธ์ใหม่เพื่อความสดใส

ICHI มีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ โดยมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จากการทำการตลาดออกสินค้าใหม่

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI มีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ โดยมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันจากการทำการตลาดออกสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพผสมวิตามิน

ประกอบกับมีการขยายตลาดส่งออกในกลุ่ม CLMV (ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) มากขึ้น จากการเน้นสินค้าที่เป็นแบรนด์จากเอกลักษณ์ไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นที่นิยมของคนต่างชาติ รวมถึงควบคุมต้นทุนเน้นใช้จ่ายทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลอัตรามาร์จิ้นเพิ่มขึ้น และบริษัทร่วมทุนที่อินโดนีเซียเริ่มกลับมาเป็นกำไรจากการปรับกลยุทธ์การตลาด

อย่างไรก็ดี พร้อมตั้งเป้าว่า ICHI จะมีกำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 508 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 27% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และคาดในปี 2564 กำไรสุทธิเติบโต 599 ล้านบาท หรือ 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

จากข้อมูลเบื้องต้นสะท้อนให้เห็นถึงความสดใสไปกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพตามเทรนด์ใหม่

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมลดลงเหลือ 1,374.10 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,648.28 ล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 149.33 ล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 136.75 ล้านบาท หรือ 0.11 บาทต่อหุ้น เหตุจากบริษัทมีอัตราส่วนต้นทุนขายลดลงเนื่องจากการบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนทางด้านผลการดำเนินงานงวดหกเดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมลดลงเหลือ 2,662.13 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,971.21 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 308.53 ล้านบาท หรือ 0.24 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 250.99 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น สะท้อนว่าบริษัทมีการฟื้นตัวชัดเจนจากการใช้กลยุทธ์ใหม่

อีกทั้งทางด้านสภาพคล่องของฐานะทางการเงินของบริษัทมีมาก เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนถึง 1,576.95 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 1,188.73 ล้านบาท ได้ค่า Current Ratio อยู่ที่ 1.33 เท่า ซึ่งบริษัทมีสภาพคล่องมากพอสมควร

ที่สำคัญทางส่วนหนี้สินของบริษัทไร้กังวล เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 1,534.01 ล้านบาท นำไปเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 6,073.98 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ 0.25 เท่า ปรากฏว่าบริษัทปลอดหนี้สินจริง ๆ

ทั้งนี้ ทางนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ มองว่าจากโอกาสการเติบโตจากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เติบโตได้ รวมถึงการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2564 อยู่ที่ 11 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายตัน ภาสกรนที 360,639,600 หุ้น   27.74%
  2. นายจารุวร สุขพันธุ์ถาวร   86,406,200 หุ้น   6.65%
  3. นางอิง ภาสกรนที                  60,000,000 หุ้น   4.62%
  4. ด.ญ.ใกล้นที ภาสกรนที   60,000,000 หุ้น   4.62%
  5. นายภาสกร ภาสกรนที   60,000,000 หุ้น   4.62%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัท, ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้อำนวยการ
  2. นางอิง ภาสกรนที รองประธานกรรมการบริษัท
  3. นายวิโรจน์ สุภาสูรย์ กรรมการ
  4. นายธนพันธุ์ คงนันทะ กรรมการ
  5. น.ส.อารยา พานิชายุนนท์ กรรมการ