เดี๋ยวดันใหม่

*ในที่สุดสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยก็เป็นเหมือนกับที่ “โมนิก้า” เม้าท์ให้ฟังตั้งแต่วันก่อนว่า W-Shape ยอดต่ำลง ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่น รวมทั้งเป็นจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยหยุดยาวหลายวัน ส่งผลให้นักเล่นเลือกใช้วิธีขายทำกำไรระยะสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงทำให้ภาพของตลาดหุ้นไทยดูอ่อนเปลี้ยชอบกลไงล่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ในที่สุดสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยก็เป็นเหมือนกับที่ “โมนิก้า” เม้าท์ให้ฟังตั้งแต่วันก่อนว่า W-Shape ยอดต่ำลง ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่น รวมทั้งเป็นจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยหยุดยาวหลายวัน ส่งผลให้นักเล่นเลือกใช้วิธีขายทำกำไรระยะสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงทำให้ภาพของตลาดหุ้นไทยดูอ่อนเปลี้ยชอบกลไงล่ะค่ะ

*ฉะนั้นการที่ตลาดหุ้นไทยไหลลงมายืนปิดที่ระดับ 1,311.95 จุด ลบไป 3.93 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.03 หมื่นล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะข้อมูลที่ทุกคนรับรู้เป็นเวลานานคือ หากดัชนีขึ้นไม่ไหว น่าจะลงมาตั้งหลักบริเวณ 1,300 จุด และจะกระชากขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,335 จุดอีกครั้งต่อเมื่อตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นพะยะค่ะ

*ข้อมูลดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” เชื่อเหลือเกินว่า สัปดาห์นี้จะดันดัชนีขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลใช้นโยบายโปรยเงินเพื่อทำให้เงินในระบบสะพัด ซึ่งบางคนอาจมองเป็นเรื่องที่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแบบยั่งยืน แต่ถ้ามองจากยุทธวิธีบริหารประเทศลักษณะ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” เดี๊ยนกลับเห็นต่างจากพวกปากเปราะ เพราะทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจทั่วท้องได้ชั่วคราว แถมเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรเลย..เดี๊ยนคงต้องกล่าวว่า มันสุดยอดจะตาย หรือจะเถียงว่าไม่จริงเหรอค่ะ

*คล้ายกับการวิ่งขึ้นของหุ้นถุงมือยาง STGT มายืนอยู่ที่ระดับ 72.75 บาท บวกไป 5.75 บาท หรือขึ้นไป 8.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.46 พันล้านบาท พร้อมกับมีการวางเป้าสูงเกินระดับ 100 บาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องตามไปเผือกแบบเกาะติดเวที เพราะหนก่อนทำท่าจะไปได้สวยสุด ๆ แต่สุดท้ายกลับจอดไม่ต้องแจว จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ขาลุยต้องสนใจเป็นพิเศษนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ AOT วิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 58.25 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 2.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.72 พันล้านบาท ก็มาจากความหวังเกี่ยวกับธุรกิจสายการบินเริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยปั๊มรายได้ให้บริษัทเพิ่มขึ้น “โมนิก้า” ถึงไม่ขัดข้องหากจะเล่นกันบนสตอรี่แบบนี้ เพราะสิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันแบบสุดลิ่มทิ่มประตูก็เป็นเรื่องของการบูมท่องเที่ยวในประเทศนะซี

*ส่วนในรายของหุ้นน้ำด่างเพื่อสุขภาพอย่าง ICHI กลายเป็นม้าตีนปลายที่มาแรงแซงทางโค้ง หลังอัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายแบบเกินร้อย ผนวกกับไตรมาส 2 ผลงานก็ออกมาดีเหมือนที่ตั้งเป้า บรรดาผู้รู้เลยมั่นใจว่า ไตรมาส 3 น่าจะบรรเจิด หุ้นถึงวิ่งสวนภาวะตลาดหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 11.10 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 9.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 810 ล้านบาทอย่างชิล ๆ ไงล่ะตัวเอง

*สำหรับรายที่สุดจัดปลัดบอกอย่าง TRUBB ก็เอาประเด็นราคายาง 60 บาทมาปั่นกระแส หุ้นถึงขึ้นมายืนปิดที่ 1.86 บาท บวกไป 0.24 บาท หรือขึ้นไป 14.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 146 ล้านบาทอย่างง่ายดาย เพราะสตอรี่เรื่องยางกลายเป็นของขลังที่ทำให้หุ้นยางผลัดกันออกมาระริกระรี้ วันนี้ถึงต้องโฟกัสไปที่ราคายางจะไปจบตรงไหน ? เพราะเป็นเพียงตัวแปรเดียวที่ส่งสัญญาณให้รู้ว่า หุ้นควรไปต่อไหม ?

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น IIG เพื่อชี้ให้เห็นสตอรี่ของธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล มักให้แวลูกับหุ้นประเภทนี้มากเป็นพิเศษ เดี๊ยนถึงไม่แปลกใจที่เห็นราคาหุ้นขึ้นมาปิดในระดับ 16.60 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 9.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 185 ล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E 25 เท่า กลายเป็นช็อตที่นักเล่นพร้อมจะลุยต่ออีกยก หลังตำราหุ้นเคยบอกไว้ว่า เมื่อหุ้นบวกแรง 2 วันติด ก็จะบวกต่อเป็นวันที่ 3 นะจ๊ะ

*อีกตัวที่แรงไม่เบา และมีการพูดถึงเยอะ “โมนิก้า” คงเทน้ำหนักไปที่หุ้น CHAYO หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 8.65 บาท บวกไป 0.45 บาท หรือขึ้นไป 5.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท พร้อมกับมีการเม้าท์ถึงเป้าหมายที่โบรกเกอร์ให้ไว้แถว ๆ 10 บาท มีโอกาสที่จะเห็นมากน้อยเพียงใด ? หลังแมงลือเม้าท์กันให้แซ่ดว่า เที่ยวนี้ต้องการดันผ่านยอดเก่าบริเวณ 9 บาทให้ได้เสียก่อน ต่อจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ..เขาว่าไว้แบบนี้..อิอิอิ