“ณพ” จนแต้ม! เข็นโกลเด้นฯฟ้องอายัดหุ้น “ประเดช” หวังลดเสียงโหวตตะเพิดพ้น WEH

“ณพ” จนแต้ม! เข็นโกลเด้นฯฟ้องอายัดหุ้น “ประเดช” หวังลดเสียงโหวตตะเพิดพ้น WEH

บริษัท โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งในวันนี้เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ นายประเดช กิตติอิสรานนท์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ WEH ใช้สิทธิตามสัดส่วนหุ้น WEH ที่ได้รับโอนมาจากโกลเด้น มิวสิคฯ ออกเสียงลงคะแนนต่าง ๆ ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่กำหนดมีขึ้นในวันที่ 10 ก.ย.นี้ และการประชุมครั้งต่อๆ ไป รวมทั้งอายัดหุ้นของนายประเดชไม่ให้จำหน่ายจ่ายโอนให้กับบุคคลอื่น เนื่องจากโกลเด้น มิวสิคฯ เตรียมยื่นคำเสนอข้อพิพาทกับนายประเดชต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการฯ

โดยคดีพิพาทดังกล่าว สืบเนื่องจากโกลเด้น มิวสิคฯ อ้างว่าได้ทำสัญญาขายหุ้น WEH ให้นายประเดช 14,390,244 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 13% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 5,900 ล้านบาท แต่นายประเดชจ่ายเงินไม่ครบถ้วน คงเหลือเงินที่ถึงกำหนดต้องชำระแต่ยังไม่ได้ชำระอีก 2,005 ล้านบาท ดังนั้น โกลเด้น มิวสิคฯ จึงบอกเลิกสัญญา แต่นายประเดชเพิกเฉย จึงนำไปสู่การเสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ

ด้านแหล่งข่าวจากผู้ถือหุ้น WEH  เปิดเผยว่า การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น WEH ในวันที่ 10 ก.ย.นี้มีวาระสำคัญคือการปลด นายณพ ณรงค์เดช และนายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์ ออกจากการเป็นกรรมการบริษัท WEH เพื่อให้บริษัทเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ได้ เนื่องจากนายณพมีคดีความที่ถูกฟ้องร้องจำนวนมาก และยังมีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตภายในบริษัท

ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยกลุ่มหนึ่งเตรียมเรียกร้องให้นายณพเสียสละเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริษัท เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มผู้ถือหุ้นดั้งเดิมและผู้ถือหุ้นใหม่ของ WEH รวมทั้งความขัดแย้งส่วนตัวของผู้บริหารและครอบครัวที่เกี่ยวเนื่องกับหุ้น WEH เกิดผลกระทบต่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ WEH จึงต้องการให้ปัญหาต่าง ๆ จบลงให้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ยังไม่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อปรับโครงการภายในองค์กร และยังไม่มีการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน

“เขาให้ความหวังผู้ถือหุ้นเรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์อยู่ตลอดเวลา แต่หากมีความตั้งใจจริง เราน่าจะเห็นความคืบหน้าบ้างแล้ว แต่ผ่านมา 5 ปี ยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงและมองไม่เห็นว่าจะได้เข้าตลาดเมื่อไร” ผู้ถือหุ้น WEH กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีกระแสกดดันให้นายณพและนายณัฐวุฒิลาออก ทำให้เมื่อวันที่ 3 ก.ย.นายณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการ โดยมีนายวิชัย ทองแตง ประธานคณะกรรมการ WEH เป็นผู้ลงนามในหนังสือ โดยนายวิชัย ระบุว่าการลาออกครั้งนี้เพื่อบรรเทาบรรยากาศความตึงเครียดของสถานการณ์

ด้านนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การที่ WEH จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้หรือไม่นั้น เทียบเคียงกับกรณีของบริษัทอื่นทั่วๆ ไปว่านอกจากธุรกิจจะสามารถสร้างผลกำไรและการเติบโตได้ ก็จะต้องไม่มีปัญหาเรื่องผู้ถือหุ้นรายย่อย

ประกอบกับ หากไม่สามารถตอบโจทย์ทุกด้านของตลาดฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้จะต้องกลับไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อตอบโจทย์ให้ได้

“บริษัทที่จะเข้าตลาดฯ นอกจากจะต้องมีกำไรการเติบโตที่ดีแล้ว จะต้องไม่มีปัญหาเรื่องผู้ถือหุ้นรายย่อยจะถูกเอาเปรียบหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตลาดคอยระวังอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น case ไหน และหากไม่สามารถตอบโจทย์ด้านคุณภาพได้ก็ต้องกลับไปแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้ดูแลจะมีทั้งตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต. หากเราคิดว่าไม่มีปัญหาก็สามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอะไรก็ตาม” นายภากร กล่าว