“ประสงค์” เผยเงินคงคลัง ไม่ต่ำกว่า 3 แสนลบ. ยันถังไม่แตก แม้จัดเก็บรายได้ ปี 63 พลาดเป้า

“ประสงค์ พูนธเนศ” ปลัดกระทรวงการคลัง เผยเงินคงคลัง มีไม่ต่ำกว่า 3 แสนลบ. ยันถังไม่แตก แม้จัดเก็บรายได้ ปี 63 พลาดเป้า

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังมีการจัดเก็บรายได้ในส่วนอื่น ๆ ที่ทำได้สูงกว่าเป้าหมายเข้ามาชดเชย เช่น รายได้จากรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เงินคงคลังมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เมื่อรวมแล้วก็เป็นไปตามเป้าหมาย

  “เงินคงคลังตอนนี้ไม่มีปัญหา มีไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท คลังถังไม่แตกแน่นอน ตอนนี้การจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเดือน ก.ย. ก็เลื่อนไปเดือน ต.ค.-พ.ย. ก็เป็นผลดีกับการจัดเก็บรายได้ในปี 2564 แทน” นายประสงค์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ในส่วนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2564 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนเหมือนที่ยื่นสภา แต่เมื่อถึงเวลามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ก็สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมได้ แต่ต้องดูตามความจำเป็นและเหมาะสม

“ปีนี้ยอดจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเรื่องปกติ ส่วนปีหน้าหากรัฐบาลมีการเปิดกิจกรรมประเทศเร็วขึ้น ทุกอย่างก็จะดีกว่าปีนี้ เพราะปีนี้ไทยปิดการเข้าออกประเทศตั้งแต่ ก.พ. ยาวจนมาถึงปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมานาน แต่ปีหน้า เชื่อว่าจะมีวัคซีนออกมา สถานการณ์ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ที่มองว่าแย่อยู่ในตอนนี้ก็จะดีขึ้นเอง เหมือนตัวเลขส่งออกที่ช่วงแรกประเมินว่าจะแย่มาก แต่จริง ๆ ออกมาลดลงไปแค่ 9% ถือว่าดี ขณะที่ราคาน้ำมันก็หายไปเกินกว่าครึ่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ไทยขาดแค่เรื่องเดียวคือเรื่องท่องเที่ยว ถ้าทำให้เกิดได้ หรือเปิดให้ประเทศที่ไม่มีการติดโควิด-19 แล้วเข้ามา เช่น จีน ไต้หวัน เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น เข้ามาก็จะทำให้เกิดเงินสะพัดลงสู่เศรษฐกิจฐานราก เราต้องคิดเพราะถ้าไม่มีรายรับเข้ามา มีแต่รายจ่าย คือกู้อย่างเดียว จะเหมือนดินพอกหางหมู ดังนั้นจะต้องทำให้บาลานซ์”

ขณะที่ งบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้น คาดว่าจะล่าช้าเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอะไร โดยเฉพาะกับภาพรวมการลงทุนของรัฐบาล เพราะการลงทุนจะมีกระบวนการประมูลงาน ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นแม้งบประมาณปี 2564 ล่าช้าก็ไม่มีปัญหาในส่วนนี้

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณของรัฐบาลมีความล่าช้า 2 ปีติดต่อกันนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง มองว่าเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีผลต่อการใช้จ่ายของรัฐบาลในการส่งเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และการลงทุน เพราะช้าเพียงเดือนเดียวไม่มีผลกระทบอะไร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการพิจารณาวาระ 2-3 วันที่ 16-17 ก.ย.นี้

ส่วนเรื่องความวุ่นวายทางการเมือง จะมีผลต่อการพิจารณางบประมาณหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ทำหน้าที่เป็นข้าราชการ ก็ทำงานและรับผิดชอบในหน้าที่ของข้าราชการกระทรวงการคลัง ส่วนประเด็นอื่น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้อง

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีการจ่ายเบี้ยคนชราและคนพิการที่ล่าช้าว่า ไม่อยากให้มองโลกในแง่ร้ายว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะจริง ๆ เป็นการจ่ายที่ล่าช้าแค่สัปดาห์เดียว ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางงบประมาณที่ต้องนำงบส่วนอื่นมาชดเชย และการคำนวณจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในรายละเอียดไม่ได้มีผลกระทบอะไร ยังสามารถเบิกจ่ายได้เหมือนเดิม ส่วนในเดือน ต.ค.63 ที่จะมีการปรับเพิ่มเบี้ยคนชรานั้น

“ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอ ไม่มีปัญหาในส่วนนี้อย่างแน่นอน โดยในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว”