สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 30 ก.ย. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 30 ก.ย. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ขณะที่นักลงทุนซึมซับผลการดีเบตรอบแรกเมื่อวานนี้ ซึ่งผลสำรวจบ่งชี้ว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,781.70 จุด พุ่งขึ้น 329.04 จุด หรือ +1.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,363.00 จุด เพิ่มขึ้น 27.53 จุด หรือ +0.83% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,167.51 จุด เพิ่มขึ้น 82.26 จุด หรือ +0.74%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) โดยลดช่วงติดลบลง หลังได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นจากความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ ซึ่งได้ช่วยบดบังความวิตกในตลาดหุ้นยุโรปเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.11% ปิดที่ 361.09 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,803.44 จุด ลดลง 28.63 จุด หรือ -0.59%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,760.73 จุด ลดลง 65.09 จุด หรือ -0.51% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,866.10 จุด ลดลง 31.40 จุด หรือ -0.53%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ และกลุ่มที่เกี่ยวกับผู้บริโภค ซึ่งปรับตัวลงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,866.10 จุด ลดลง 31.40 จุด หรือ -0.53%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 อย่างไรก็ดี ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยลบที่สกัดแรงบวกของราคาน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ หรือ 2.4% ปิดที่ 40.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 40.95 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เดือนพ.ย.ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในวันพุธที่ 30 ก.ย.

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาด นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์กและข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 7.7 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,895.5 ดอลลาร์/ออนซ์ และเมื่อพิจารณาตลอดทั้งเดือนก.ย.พบว่า สัญญาทองคำปรับตัวลง 4.2%

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 95.1 เซนต์ หรือ 3.89% ปิดที่ 23.494 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 11.5 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 909.20 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 0.05% ปิดที่ 2330.50  ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโรและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9212 ฟรังก์ จากระดับ 0.9195 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.48 เยน จากระดับ 105.68 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3312 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1714 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1737 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2897 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2861 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7161 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ  0.7129 ดอลลาร์สหรัฐ