AEONTS วิ่งฉิว 8% นิวไฮรอบกว่า 3 เดือน โบรกฯแนะซื้อ ชูเป้า130บ. คาดผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

AEONTS วิ่งฉิว 8% นิวไฮรอบกว่า 3 เดือน โบรกฯแนะซื้อ ชูเป้า130บ. คาดผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดย ณ เวลา 14.49 น. ราคาอยู่ที่ 120 บาท บวก 8.50 บาท หรือ 7.62% สูงสุดที่ 125 บาท ต่ำสุดที่ 111.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 373.92 ล้านบาท

บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS ล่าสุด ณ เวลา 14.49 น. อยู่ที่ 120 บาท บวก 8.50 บาท หรือ 7.62% สูงสุดที่ 125 บาท ต่ำสุดที่ 111.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 373.92 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน 12 วัน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 123.50 บาท เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.63

ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” AEONTS ราคาเป้าหมาย 130 บาท/หุ้น โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/63/64F จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการตั้งสำรองลดลง ทั้งนี้ในไตรมาส 1/63/64 (มี.ค.-พ.ค.63) ผลประกอบการอ่อนแอจากการ Lockdown ส่วนในช่วงมิ.ย.-ส.ค.63 ดีขึ้น จึงคาดว่าผลประกอบการน่าจะต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1 ปี 63/64

โดนประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 63/64 ไว้ที่ 786 ล้านบาท (ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, เพิ่มขึ้น 48% จากไตรมาสก่อน) การลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เป็นผลจากสเปรดต่ำลงและตั้งสำรองฯสูงขึ้น ส่วนการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน เพราะการตั้งสำรองฯลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยเริ่มตั้งแต่ส.ค.63 โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลลดจาก 28% เป็น 25% และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตลดจาก 18% เป็น 16% ซึ่งกระทบงวดไตรมาส 2/63/64 เพียง 1 เดือน คาดว่า Yield เฉลี่ยในไตรมาสนี้จะลดเป็น 21.9% จาก 22.7% ในไตรมาส 1/63/64

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/63/64F จะถูกกระทบจาก Yield ที่ลดลง จากถูกกระทบจากการลดดอกเบี้ยเงินกุ้เต็มไตรมาส ทำให้ Yield จะหดตัวสู่ระดับ 20.4% ในไตรมาส 3/63/64F แต่ผลกระทบบางส่วนจะได้รับการชดเชยจากการขยายวงเงินสินเชื่อให้กับลูกหนี้ดีที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน จาก 1.5 เท่าเป็น 2.0 เท่าของเงินเดือน ซึ่งบริษัทมีลูกหนี้ที่อยู่ในข่ายขยายสินเชื่อราว 2 แสนราย และก็ทยอยขยายมาตั้งแต่ส.ค.63 คาดว่าผลดีจากส่วนนี้จะเห็นชัดเจนในปี 64/65

ทั้งนี้ บริษัทได้เงินกู้ซอฟท์โลนจากธ.ออมสิน 5 พันล้านบาท มีแผนใช้ 2 พันล้านบาทมาปล่อยสินเชื่อในเร็วๆนี้ แต่ผู้บริหารประเมินว่าอาจใช้ไม่ทั้งหมด 5 พันล้านบาทเนื่องจากบริษัทมีสภาพคล่องการเงินสูงมาก

โดยปรับประมาณการปี 63/64F โดยลดสมมติฐานการตั้งสำรองและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน แต่ก็ลดการเติบโตของสินเชื่อจาก +2.5% เป็น 0% และลดสเปรดจาก 19.4% เป็น 18.1% สะท้อนการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 63/64F จะเพิ่มจากเดิม +12% แต่คาดการณ์กำไรสุทธิดังกล่าวยัง -34%YoY

ทั้งนี้ แนะนำซื้อ แต่ลดราคาพื้นฐานลงเป็น 130 บาท อิงกับ P/BV ปี 64/65F ที่ 1.9 เท่า (-0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ทั้งนี้เห็นว่าผลประกอบการจะจุดต่ำสุดในปี 63/64 และจะฟื้นตัวได้ในปีหน้า โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 64/65F จะโต 4.4%