ปั่นรอบ

*ถ้านักลงทุนวิตกกับสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่โหมดของการพักตัว หรือกำลังเจอตอเข้าอย่างจัง “โมนิก้า” ขอให้คุณท่านเหล่านั้นลืมเหตุการณ์ดังกล่าวไปได้เลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เป็นเกมของสถาบันฟัดสถาบัน ผลที่ออกมาถึงดูไม่โสภาสถาพรสักเท่าไหร่ และทำให้การลงทุนหลังจากนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจะบอกให้

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ถ้านักลงทุนวิตกกับสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่โหมดของการพักตัว หรือกำลังเจอตอเข้าอย่างจัง “โมนิก้า” ขอให้คุณท่านเหล่านั้นลืมเหตุการณ์ดังกล่าวไปได้เลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้เป็นเกมของสถาบันฟัดสถาบัน ผลที่ออกมาถึงดูไม่โสภาสถาพรสักเท่าไหร่ และทำให้การลงทุนหลังจากนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจะบอกให้

*ข้อมูลตรงนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีทิ้งตัวลงมาปิดที่ 1,237.54 จุด ลบไป 10.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.42 หมื่นล้านบาท มันไม่สามารถตีความเป็นเรื่องอื่นได้เลยนอกเสียจากเทขายหุ้นทำกำไรธรรมดา ๆ แต่กองทุนเหล่านั้นมักอ้างว่า ลดความเสี่ยง เพราะรู้สึกกังวลใจกับปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมาไงล่ะค่ะ

*โชคดีที่ดัชนียังเกาะแนวรับบริเวณ 1,230-1,200 จุด จึงไม่มีอะไรต้องวอร์รี่จนถึงขนาดขนแขนสแตนด์อัพ เพราะคำแนะนำยังเป็นเรื่องเก่า ขณะที่คำท้วงติงยังเป็นเรื่องมโน สถานการณ์ของตลาดหุ้นถึงกลิ้งไปกลิ้งมา ซึ่งเป็นจังหวะที่เปิดให้นักเก็งกำไรเข้ามากอบโกยอีกครั้ง โดยอาศัยความหวาดกลัวของคนอื่นเป็นช่องทางทำเงิน วินาทีนี้ถึงเป็นตลาดของผู้กล้าอย่างแท้จริงนะจะบอกให้

*พูดถึงเรื่องนี้ทำให้ “โมนิก้า” นึกถึงหุ้นฟอร์มร้อนแรงที่ขึ้นมาแบบไม่บอกให้รู้ตัว ถือเป็นประเด็นที่แฟนคลับต้องไปวิเคราะห์กันเอาเองว่า ของจริง หรือ ของปลอม ได้คุณภาพตามที่ อย. รับประกันขนาดไหน ? เพราะสิ่งที่พรายกระซิบนำสารมาส่งถึงมือล่าสุด ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องแยกส่วนให้ชัดเจน..บางตัวมี hidden(ซ่อนอยู่) แยะเหมือนกันเจ้าค่ะ

*โดยเฉพาะในรายของหุ้นกระสอบ STGT กระชากขึ้นแรงโดย “ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย” มันเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ “โมนิก้า” คล้อยตามโดยไม่มีเงื่อนไขแม้แต่นิดเดียว เพราะของมันเห็นกันอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ว่า เที่ยวนี้เขาไล่ราคากันจริง หุ้นถึงพุ่งขึ้นมาปิดที่ 88.50 บาท บวกไป 8 บาท หรือขึ้นไป 10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.11 พันล้านบาท..งานนี้ใครอยากได้เสีย เชิญเข้ามาลุยได้เลยจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ BEAUTY ทำท่าจะมาดีตั้งแต่เปิดตลาด แรงซื้อพรั่งพรูเข้ามาเป็นจำนวนมาก ผสานกับเป็นหุ้นต่ำสิบที่ขยับขึ้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว จึงไม่มีใครคิดจะถามไถ่เรื่องราวว่าเป็นยังไงมายังไง หุ้นถึงพุ่งกระฉูดมาที่ระดับ 1.46 บาท บวกไป 0.09 บาท หรือขึ้นไป 6.60% พร้อมกับเกิดสัญญาณซื้อแน่นสุด ๆ มันทำให้เชื่อว่า หุ้นน่าจะเล่นกันอีกหลายรอบพะยะค่ะ

*เม้าท์ถึงหุ้นที่น่าเล่นทั้งที “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึง ASIAN สักหน่อย เพราะรอบนี้เป็นจังหวะของการไล่หุ้นจ้าละหวั่น ไม่มีสตอรี่ไหนที่ต้องเม้าท์ถึงอีกแล้ว(ยกเว้นเรื่องกำไร) ทุกวันนี้ถึงมีแรงซื้อเข้ามาไม่ขาดสาย จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 12.60 บาท บวกไป  0.90 บาท หรือขึ้นไป  7.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 667 ล้านบาท แถวบ้านเขาเรียกอาการนี้ว่า กำลังมา ! ชิมิ..ชิมิ

*ส่วนในรายของ CRC ถูกปลุกปั้นขึ้นมาจากกระแสความเชื่อ เมื่อจบรอบของการโปรโมตขั้นเทพ  “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่หุ้นทำไม ร่วงเอา..ร่วงเอา ก็ของมันเห็นกันอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ว่า ภาวะไม่เป็นใจให้สร้างกระแส ทุกคนเลยเอาตัวรอด แถมเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 25 บาท ลบไป 1.25 บาท หรือลงไป 4.75% ด้วยมูลค่า 423 ล้านบาท มันคือการทิ้งแบบมีวอลุ่ม โอกาสลงต่อสูงนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ PTTEP ทรุดตัวลงมายืนที่ระดับ 75 บาท ลบไป 4.50 บาท หรือลงไป 5.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.76 พันล้านบาท อาจเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดูดีสักเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่างยังไม่เอื้อ  “โมนิก้า” ถึงมองว่า เดี๋ยวกองทุนก็เข้ามาไล่ราคาใหม่อีกรอบ ต่อจากนั้นก็ทุบลงไปอีก..ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูการเคลื่อนตัวของหุ้นในอดีตดูซิค่ะ

*ป.ล.ในที่สุดทุกคนก็ได้รู้ความจริง กองทุนแอ๊บแบ๊ว ปอบผีฟ้า และฝรั่งตาน้ำข้าว สุมหัวกันถล่มตลาดหุ้นไทย ซึ่งเป็นสัญชาตญาณดิบของผู้เล่นกลุ่มนี้ หากหุ้นจะร่วงลงไปอีก ให้ถือเสียว่า นี่เป็นงานเทกระจาดประจำปี..จึงเรียนมาเพื่อทราบ..อิอิอิ