“รพ.ราชวิถี” เปิดคลินิกบัตรทอง ดูแลผู้ป่วยรับผลกระทบ “สปสช.” เลิกสัญญาสถานพยาบาล

“ราชวิถี” เปิดคลินิกบัตรทอง ดูแลผู้ป่วยรับผลกระทบ “สปสช.” เลิกสัญญาคลินิก-รพ.เอกชน ปมทุจริตเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมเปิดคลินิกบัตรประกันสุขภาพ มาตรา 8 โรงพยาบาลราชวิถี โดยนายสาธิต ระบุว่า มีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการเอกชนบางแห่งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้รับผลกระทบประมาณ 2 ล้านคน

ทั้งนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เร่งจัดหาหน่วยบริการระดับปฐมภูมิแห่งใหม่ ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ที่มีโรงพยาบาลหลายแห่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกันรองรับให้การดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และกรมการแพทย์ได้เปิดคลินิกบัตรประกันสุขภาพ มาตรา 8 ที่โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อดูแลผู้ป่วยบัตรทองส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการดูแลและรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีนัดผ่าตัด ผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง เป็นต้น โดยกรณีการเข้ารับบริการที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ขอให้เป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดประโยชน์สูงสุด

ด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ เป็นโรงพยาบาลในระดับตติยภูมิ ให้การรักษาพยาบาลที่ยุ่งยากซับซ้อน และด้านพัฒนาวิชาการ อย่างไรก็ตาม ได้ให้โรงพยาบาลราชวิถี จัดตั้งคลินิกบัตรประกันสุขภาพ มาตรา 8 ขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สามารถเข้าถึงบริการได้

โดยตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.63 ได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบในสิทธิระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 8 แล้ว จำนวน 9,191 ราย

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ยกเลิกคลินิกโครงการบัตรทอง 190 แห่ง ทำให้มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเกือบ 2 ล้านคนว่า เรื่องนี้รัฐบาลมุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งกรณีนี้ถือว่ามีการทุจริตอย่างชัดเจน และก็เป็นเรื่องของการดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลสถานที่ที่ต้องดูแลประชาชนทดแทนไปด้วย ซึ่งกรณีนี้ถือว่ามีอยู่จำนวนมากพอสมควร