“คลัง” เผยสิ้น ส.ค. ไฟเขียวนิติบุคคล ยื่นขอตั้ง “พิโกไฟแนนซ์” 846 ราย ใน 72 จังหวัด

“คลัง” เผยสิ้น ส.ค. ไฟเขียวนิติบุคคล ยื่นขอตั้ง “พิโกไฟแนนซ์” 846 ราย ใน 72 จังหวัด

กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนสิงหาคม 2563 ระบุ ภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) มีผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 846 ราย ใน 72 จังหวัด

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนส.ค.63 ภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) มีผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 846 ราย ใน 72 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (501 ราย) รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (132 ราย) ภาคเหนือ (113 ราย) ภาคตะวันออก (59 ราย) และภาคใต้ (41 ราย) ตามลำดับ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนธ.ค.59 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือนก.ค.63 ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 307,501 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 7,771.26 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,272.29 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

(1) สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนส.ค.63 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น 847 ราย ใน 75 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 766 ราย ใน 72 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (67 ราย) กรุงเทพมหานคร (56 ราย) และขอนแก่น (43 ราย)

(2) สินเชื่อประเภทพิโกพลัส ณ สิ้นเดือนส.ค.63 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 94 ราย ใน 32 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 80 ราย ใน 29 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (14 ราย) อุบลราชธานี (7 ราย) และอุดรธานี (7 ราย)

(3) ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนก.ค.63 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 143,303 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 3,358.58 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 17,776 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 464.49 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.83% ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 23,924 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 557.53 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.60% ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอด NPL ของเดือนมิ.ย.63 (16.84%)