สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 ต.ค. 2563


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และบริษัท Eli Lilly & Co ประกาศระงับการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,679.81 จุด ลดลง 157.71 จุด หรือ -0.55% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,511.93 จุด ลดลง 22.29 จุด หรือ -0.63% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,863.90 จุด ลดลง 12.36 จุด หรือ -0.10%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 หลังบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังจากผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปร่วงลงจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.55% ปิดที่ 370.96 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,947.61 จุด ลดลง 31.68 จุด หรือ -0.64%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,018.99 จุด ลดลง 119.42 จุด หรือ -0.91% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,969.71 จุด ลดลง 31.67 จุด หรือ -0.53%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความล่าช้าในการพัฒนาวัคซีน หลังบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านโรคโควิด-19 หลังจากผู้เข้าร่วมการทดลองมีอาการป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) หลัง Brexit ด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,969.71 จุด ลดลง 31.67 จุด หรือ -0.53%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) ขานรับข่าวจีนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 77 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 40.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 42.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,900 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 34.3 ดอลลาร์ หรือ 1.78% ปิดที่ 1,894.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.142 ดอลลาร์ หรือ 4.52% ปิดที่ 24.129 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 3 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ปิดที่ 873.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 81.30 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 2,344.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.50% แตะที่ระดับ 93.5329

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียกบับเงินเยน ที่ระดับ 105.49 เยน จากระดับ 105.34 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9145 ฟรังก์ จากระดับ 0.9093 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3140 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3114 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1744 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1810 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2933 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3063 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7153 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7212 ดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button