หุ้นแบงก์ และไฟแนนซ์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ หากดูจากกราฟ ต้องบอกว่า “ทรงค่อนข้างดี” ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ หรือเกือบตลอดทั้งวัน จะมีช่วงที่ลงไปในแดนลบแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น


ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ หากดูจากกราฟ ต้องบอกว่า “ทรงค่อนข้างดี”

ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ หรือเกือบตลอดทั้งวัน จะมีช่วงที่ลงไปในแดนลบแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ทำให้ระหว่างวันดัชนีลงมาต่ำสุด 1,272.83 จุด (-1.92 จุด) และสูงสุด 1,281.04 จุด (+6.29 จุด)

และเมื่อย้อนดูเส้นกราฟก่อนหน้านี้ บวกกับวานนี้

ทำให้สัญญาณทางเทคนิคออกมาในเชิงบวก

นั่นคือ โอกาสที่ดัชนีจะวิ่งขึ้นมีน้ำหนักมากกว่าจะปรับลง

หรือหากดัชนีม้วนลง ก็น่าจะเป็นการปรับลงช่วงสั้น เพื่อจะถูกดันขึ้นต่อ และหากดัชนีวิ่งไปต่อ ต้องมาลุ้นกันว่า รอบนี้จะผ่าน 1,300 จุดได้หรือไม่

ส่วนกลุ่มหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวสำคัญ เท่าที่ดูนับจากวันแรกของปี 2569

หุ้นที่เคลื่อนไหวและดันดัชนี ยังคงเป็นกลุ่มเดิม ๆ ตัวหุ้นเดิม ๆ เป็นส่วนใหญ่

แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามา เริ่มเห็นการออกตัวจากจุดสตาร์ทของหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ถูกคาดหมายว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/68 จะออกมาดี และจะดีต่อเนื่องมายังในปี 2569  นี้ เริ่มขยับ กราฟเด้งม้วนขึ้น มีวอลุ่มเทรดเข้ามาเพิ่มอย่างมีนัยฯ

ก็ต้องติดตามต่อไปว่าหุ้นกลาง และเล็กเหล่านี้จะวิ่งยาวทำแรลลี่ได้หรือไม่

หรืออาจเป็นเพียงการเก็งกำไรช่วงสั้น

มาถึงหุ้นกลุ่มธนาคารที่ฮอตสุดในปีก่อนหน้านี้ เพราะดัชนีกลุ่มแบงก์ วิ่งสวนขึ้นกับดัชนีภาพรวมที่ติดลบ

วานนี้กลุ่มแบงก์เริ่มถูกขายทำกำไรออกมาเกือบทั้งกลุ่มฯ หลังจากมีแรงซื้อเข้ามาในช่วงปลายปี 2568 และช่วง 2 วันแรกของปี 2569

อาจจะมีคำถามว่า ราคาลงมาน่ารับไหม ยังเล่นรอบได้ไหม

คำตอบคือ ในปี 2569 นี้นั้น หุ้นกลุ่มธนาคารฯ ยังอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนสถาบัน และต่างประเทศ

ประกอบกับนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่าง ๆ ยังคงแนะนำเข้าลงทุน หรือเล่นรอบได้เช่นเดียวกับปี 2568 เพียงแต่ว่า ต้องดูแนวรับกันให้แม่น ๆ 

กลุ่มแบงก์ยังมีจุดเด่นเรื่อง “เงินปันผล”

โดยค่าเฉลี่ยของอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นในกลุ่มธนาคารจะอยู่ราว 6-7% ถือว่าน่าสนใจ และเป็นเบาะรองรับกับนักลงทุนที่หากเข้าพลาดได้เป็นอย่างดี

หุ้นแบงก์หลังจากปรับลงวานนี้ หากเข้าซื้อ คงต้องเข้าทีละไม้นั่นแหละ

เพราะค่อนข้างมั่นใจว่า ประมาณสัปดาห์หน้า น่าจะเกิดแรงซื้อกลับเพื่อเก็บเก็งกำไรผลประกอบการงวดไตรมาส 4/68 ที่จะประกาศกันออกมาในช่วงวันที่ 19-21 ม.ค.นี้

บทสรุปของหุ้นกลุ่มแบงก์เวลาปรับขึ้น หรือลงพร้อม ๆ กันในกลุ่มฯ ไม่ต้องพยายามหาสาเหตุว่า เกิดจากอะไร เพราะเหมือนเป็นการ “หาเหตุไปใส่ผล”

ขณะที่ผลมันมีอยู่เพียงปัจจัยเดียวคือ “เล่นรอบ” นั่นแหละ

“ลงซื้อ” “ขึ้นขาย” วนเวียนไปแบบนี้

มาถึงกลุ่มไฟแนนซ์ หรือการเงินที่วานนี้หุ้น 3 บิ๊กของกลุ่มที่นำโดย MTC SAWAD TIDLOR วิ่งขึ้นถ้วนหน้า

ปัจจัยไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าเหตุผลเดียวกับกลุ่มแบงก์คือ “เล่นรอบ”

เพราะทั้งกลุ่มแบงก์ กลุ่มการเงิน เราต่างรับทราบกันล่วงหน้าแล้วเกี่ยวกับปัจจัยบวกและลบ ต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง จึงไม่ต้องไปควานหา

อย่างปีนี้บรรดาผู้เชี่ยวชาญเขาวิเคราะห์เกี่ยวกับดอกเบี้ยนโยบายแล้วว่า มีโอกาสปรับลง 0.25-0.50%

หากเพิ่มหรือต่ำกว่านี้ นั่นคือเซอร์ไพรส์ (แต่เป็นเรื่องที่ยาก)

ปัจจัยที่เหลือนอกจากนั้น ก็เป็นเรื่องปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละหุ้นในกลุ่มนั้น ๆ แล้วล่ะ

เช่น การปล่อยสินเชื่อ หนี้เสีย และการตั้งสำรองฯ

แต่ทั้งหมดนี้ไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างอย่างมีนัยฯ ไปจากที่นักวิเคราะห์ประเมินกันไว้

Back to top button