DELTA ร่วง 7% คาดขายทำกำไร หลังแรลลี่ยาว! ฟากโบรกฯ มองผลงานปี 63-64 โตแรง

DELTA ร่วง 7% คาดขายทำกำไร หลังแรลลี่ยาว! ฟากโบรกฯ มองผลงานปี 63-64 โตแรง ล่าสุดอยู่ที่ 186.50 บาท ลบ 13.50 บาท หรือ 6.75% มูลค่าซื้อขาย 948.59 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ล่าสุด ณ เวลา 15.26 น. อยู่ที่ 186.50 บาท ลบ 13.50 บาท หรือ 6.75% สูงสุดที่ 201 บาท ต่ำสุดที่ 185 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 948.59 ล้านบาท

โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” เดิม “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นพุ่งขึ้น 93% นับตั้งแต่ปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่อ 29 ก.ค.63 ณ ราคาปัจจุบันมี P/E ปี 64 สูงถึง 35 เท่า ประเมินราคาเป้าหมาย 172 บาท/หุ้น ทั้งนี้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563-2564 ขึ้น 23% และ 17% สะท้อนสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายน้อยลง 

ทั้งนี้คาด Core profit ไตรมาส 3/63 จะสูงสุดเป็น Record high โดยประมาณการไว้ที่ 2.4 พันล้านบาท เติบโต 307% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 19% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน โดยเป็นผลจาก 1) ยอดขายรูป US$ ขยายตัว 34% เทียบจากปีก่อน และ 19% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็น 540 ล้านUS$ โดยมาจากอุปสงค์ Data centre และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ Cloud นอกจากนั้นการเติบโตเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ยังมีส่วนจาก Power supply สำหรับรถยนต์ EV ด้วย

อีกทั้งความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/63 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 26.5% จาก 19.1% ในไตรมาส 3/62 เพราะการอ่อนค่าของเงินบาทและ Economy of scale แต่จะอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน อันเนื่องจาก Product mix  ด้านค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายลดเป็น 13.0% ในไตรมาส 3/63 จาก 15.8% ในไตรมาส 3/62 และ 14.4% ในไตรมาส 2/63 เพราะยอดขายเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/63 คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตได้เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่อ่อนลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ซึ่งการขยายตัวเมื่อเทียบจากปีก่อน มาจากฐานรายได้ในไตรมาส 4/62 ต่ำจากสงครามการค้าและมาร์จิ้นช่วงนั้นอ่อนตัวเพราะต้นทุนวัตถุดิบสูง สำหรับการอ่อนลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็นผลจากสัดส่วนการขายสินค้ามาร์จิ้นสูงลดลง (เช่น High-end data centre)

 

คำค้น