OSP รูด 4 วันติด! ลบต่อ 6% สวนโบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้า 54 บ. ชี้กำไรไตรมาส 3 สดใส

OSP รูด 4 วันติด! ลบต่อ 6% สวนโบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เคาะเป้า 54 บ. ชี้กำไรไตรมาส 3 สดใส ล่าสุดอยู่ที่ 32 บาท ลบ 2 บาท หรือ 5.88% มูลค่าซื้อขาย 848.69 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ล่าสุด ณ เวลา 15.45 น. อยู่ที่ 32 บาท ลบ 2 บาท หรือ 5.88% สูงสุดที่ 34 บาท ต่ำสุดที่ 31.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 848.69 ล้านบาท โดยราคาหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่อง 4 วันติด นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 36 บาท เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2563

โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น OSP ราคาเป้าหมาย 54 บาท/หุ้น ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ที่ 908 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 13%  เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ส่งผลจาก 1) รายได้เครื่องดื่มในประเทศขยายตัว 9% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 14% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน แม้รายได้เครื่องดื่มชูกำลังปรับตัวลดลง 7% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่มีรายได้จาก C-Vitt ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเข้ามาช่วยชดเชย

รวมทั้ง 2) รายได้ personal care ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน, 3) รายได้จากต่างประเทศปรับตัวลดลง 17% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากผลกระทบของ COVID-19 แต่ฟื้นตัว 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และ 4) gross profit margin ที่ 34% ลดลงเมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ขยายตัว เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จากสัดส่วนรายได้ C-Vitt ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าผลประกอบการไตรมาส 4/63 จะขยายตัว 28% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 18% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จาก 1) High season, 2) gross profit margin ที่ดีขึ้น ดังนั้น คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563/2564 ที่ 3,710 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบจากปีก่อน) และ 4,299 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบจากปีก่อน)

ขณะที่ราคาหุ้น underperform SET -9% / -6% ใน 1 และ 3 เดือนที่ผ่านมา มองว่าเป็นจังหวะให้เข้าซื้อสะสม OSP โดยมองว่าราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องในปี 2563/2564 ที่เพิ่มขึ้น 14% / เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบจากปีก่อน อีกทั้งการลงทุนทั้งแนวตั้งและแนวราบจะหนุนกำไรให้เติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ ยังไม่รวมรายได้จากการลงทุนโรงงานผลิตและจำหน่ายขวดแก้วในพม่าในประมาณการ

ส่วน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 43 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/63 ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง 5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และ 1% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากทั้งรายได้ที่เติบโตและ Margin ที่ขยายตัวโดยเฉพาะภาษีสรรพสามิต Functional Drink ที่ลดลง และคาดได้ประโยชน์จากมาตรการ คนละครึ่ง ที่จะเริ่มเดือน ต.ค. นี้ รวมถึง ชิม ช้อป ใช้ ที่คาดจะออกมาช่วงปลายปี

อกจากนี้คาดกำไรปี 2563-2564 โตแกร่ง 4% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 15% เมื่อเทียบจากปีก่อน ตามลำดับ ส่วนด้านราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆมาก คาดมีโอกาสเกิด Stock Rotation และ Outperform กลุ่มฯ

คำค้น