ด่วน! “สธ.” พบต่างชาติ 2 ราย ติดเชื้อ “โควิด” ใน ASQ สมุทรปราการ เดียวกับหญิงฝรั่งเศส

ด่วน! “สธ.” พบต่างชาติ 2 ราย ติดเชื้อ “โควิด” ใน ASQ สมุทรปราการ เดียวกับหญิงฝรั่งเศส

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า มีการตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ในชาวต่างชาติ 2 รายที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักอยู่ในสถานที่กักตัวทางเลือก (ASQ) ใน จ.สมุทรปราการ แห่งเดียวกับที่หญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อรายล่าสุด ซึ่งทำให้รวมแล้วใน ASQ แห่งนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิดรวม 3 ราย รายแรกคือ หญิงชาวฝรั่งเศสที่เดินทางไปเที่ยวเกาะสมุย ซึ่งได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนรายที่ 2 เป็นชาวเอเชีย เข้าพักใน ASQ วันที่ 8 ต.ค.63 และตรวจพบเชื้อวันที่ 19 ต.ค.63 ส่วนรายที่ 3 เป็นชาวยุโรป เข้าพักใน ASQ วันที่ 12 ต.ค.63 และตรวจพบเชื้อวันที่ 15 ต.ค.63

นอกจากนี้ ได้เก็บตัวอย่างจากพนักงานใน ASQ แห่งนี้ จำนวน 67 ราย ผลไม่พบเชื้อ และภูมิคุ้มกัน (Antibodies) เป็นลบ ซึ่งนโยบายในการดำเนินงานในสถานที่กักกันจะเน้นความปลอดภัยของผู้ถูกกักกันและผู้ปฏิบัติงาน มีระบบควบคุมกำกับและตรวจสอบมาตรฐานเข้มงวด ไม่ให้ออกจากสถานที่กักกันก่อนครบกำหนด 14 วัน รวมถึงมีการทำความสะอาด Big cleaning สุ่มตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการตรวจพบสารพันธุกรรมที่เครื่องออกกำลังกายภายในห้องฟิตเนสของ ASQ ดังกล่าวนี้ ยังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจรหัสพันธุกรรม และตัวอย่างเชื้อ ซึ่งเมื่อได้ผลแล้วจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง

ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้จะมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในหญิงชาวฝรั่งเศส ได้ในเวลาไล่เลี่ยกับผู้ป่วยอีก 2 รายที่อยู่ภายใน ASQ เดียวกัน แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ป่วยทั้ง 3 รายมีความเชื่อมโยงกัน ขณะนี้ยังสรุปได้เพียงว่ามีผู้ป่วยอยู่ในสถานกักตัวเดียวกัน 3 รายเท่านั้น และติดเชื้อในเวลาใกล้เคียงกัน ขณะนี้รายละเอียดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ขอให้สาธารณสุขจังหวัดสุมทรปรการ ใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สั่งการให้ ASQ แห่งนี้หยุดให้บริการชั่วคราว โดยจะไม่มีการเปิดรับผู้เข้าพักใหม่เพิ่มเติม และรอให้ผู้เข้าพักรายเดิมได้อยู่จนครบช่วงเวลาการกักตัวแล้ว จึงจะมีการปิดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ซึ่งจะไม่ใช้วิธีการย้ายผู้เข้าพักในปัจจุบันไปไว้ที่สถานกักตัวแห่งอื่น เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้น

  “เราคงจะให้หยุดชั่วคราว ไม่รับคนใหม่เข้ามาเพิ่ม ตอนนี้คนเก่าที่ยังอยู่ มีไม่มาก คงจะไม่ให้ย้ายไปไหน และเมื่อครบระยะการกักตัว 14 วันแล้ว เราจะต้องติดตามตัวทุกวัน พบครบ 7 วันหลังจากนั้นจะต้องมีการตรวจหาเชื้อซ้ำอีก เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าออกไปแล้ว จะไม่ไปแพร่เชื้อให้กับชุมชน” อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ

สำหรับกรณีหญิงฝรั่งเศสที่เดินทางไปเที่ยวเกาะสมุย สถานการณ์ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้เช่นกัน คาดว่าจะเป็นลักษณะของ Spike คือเจอผู้ติดเชื้อ 1-2 คน และควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายได้ เนื่องจากผู้ป่วยมีสุขอนามัยที่ดี สวมหน้ากากตลอดเวลา ผู้ใกล้ชิดอย่างสามีและลูกชายไม่พบการติดเชื้อ ขณะที่โรงพยาบาลมีการดำเนินการเฝ้าระวังการติดเชื้ออย่างดี ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 90% ซึ่งพิจารณาตามหลักการประเมิน Outbreak Impact Risk คือ ตัวผู้ป่วย เชื้อโรค สิ่งแวดล้อม มาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ และมาตรการที่ประชาชนร่วมมือ

ขณะนี้ผู้ป่วยหญิงชาวฝรั่งเศส ยังคงเข้ารักษาอยู่ในห้องแยกโรค รพ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไม่มีไข้และไม่มีอาการเหนื่อย แต่ยังมีอาการไอ ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

สำหรับการสอบสวนโรคในผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายนี้มี 126 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 46 ราย เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 28 ราย ผลเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ 27 ราย รอผล 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตาม และเก็บตัวอย่าง 18 ราย ดังนี้

1) บุคคลครอบครัวเดียวกัน 2 ราย คือ สามีและลูกชาย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 5 พ.ย.63

2) ผู้สัมผัสในชุมชน 30 ราย ได้แก่ เพื่อน 1 ราย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ต.ค.63 พนักงานร้านนวด 6 ราย ผลเป็นลบทุกราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 31 ต.ค.63 และในบาร์ 23 ราย เป็นเจ้าของ 2 ราย พนักงาน 3 ราย เพื่อน 2 ราย และผู้ที่สัมผัส 16 ราย ผลเป็นลบแล้ว 7 ราย อยู่ระหว่างติดตาม 16 ราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 28 ต.ค.63

3) เที่ยวบินเดียวกัน 12 ราย เป็นผู้โดยสาร 10 ราย พบมีอาการป่วย 1 ราย ผลเป็นลบแล้ว 9 ราย รวมถึงผู้ที่มีอาการป่วย และอยู่ระหว่างรอผล 1 ราย พนักงานบนเครื่อง 2 ราย ผลเป็นลบ จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ต.ค.63

4) คนขับรถแท็กซี่ 2 ราย จากสถานกักกันทางเลือกไปสถานทูตฝรั่งเศส 1 ราย และจากสถานทูตฝรั่งเศสไปสนามบิน 1 ราย อยู่ระหว่างการติดตาม โดยจะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ต.ค.63

ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 80 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่สนามบิน 29 ราย เที่ยวบินเดียวกัน 23 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ต.ค.63 และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 28 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 3 พ.ย.63 โดยทุกรายไม่มีอาการ ได้แนะนำให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา