สรุปภาวะตลาดต่างประเทศประจำวันที่ 9 พ.ย. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 9 พ.ย. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 800 จุดเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) หลังจากไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่สุดของสหรัฐ และ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนี แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนต้องทำงานที่บ้านในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด หลังมีข่าวความคืบหน้าของวัคซีนต้านโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,157.97 จุด เพิ่มขึ้น 834.57 จุด หรือ +2.95% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,550.50 จุด เพิ่มขึ้น 41.06 จุด หรือ +1.17% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,713.78 จุด ลดลง 181.45 จุด หรือ -1.53%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) สู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน หลังบริษัทไฟเซอร์และบริษัทไบโอเอ็นเทคมีความคืบหน้าอย่างมากในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และการที่นายโจ ไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนั้นได้ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่า นโยบายการค้าของสหรัฐจะมีเสถียรภาพมากขึ้น

ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น 3.98% ปิดที่ 380.99 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,336.32 จุด เพิ่มขึ้น 375.44 จุด หรือ +7.57%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,095.97 จุด เพิ่มขึ้น 615.95 จุด หรือ +4.94% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,186.29 จุด เพิ่มขึ้น 276.27 จุด หรือ +4.67%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) สู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน เนื่องจากข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ได้ช่วยหนุนความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น และนักลงทุนยินดีกับชัยชนะของนายโจ ไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,186.29 จุด เพิ่มขึ้น 276.27 จุด หรือ +4.67%

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังมีรายงานความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การที่นายโจ ไบเดน ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ยังทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้ง และลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 97.3 ดอลลาร์ หรือ 4.99% ปิดที่ 1,854.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.961 ดอลลาร์ หรือ 7.64% ปิดที่ 23.701 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 32 ดอลลาร์ หรือ 3.56% ปิดที่ 867.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 80 เซนต์ ปิดที่ 2499.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) หลังจากไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่สุดของสหรัฐ และ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนี แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 3.15 ดอลลาร์ หรือ 8.5% ปิดที่ 40.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 2.95 ดอลลาร์ หรือ 7.5% ปิดที่ 42.40 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐและจีนจะผ่อนคลายข้อพิพาททางการค้า หากนายโจ ไบเดนก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.54% แตะที่ระดับ 92.7328 เมื่อคืนนี้