DOD โชว์กำไร Q3 กระฉูดเกิน 2 เท่าตัว! รับรายได้ขายพุ่ง ลุ้นไตรมาส 4 โตต่อ

DOD โชว์กำไร Q3 กระฉูดเกิน 2 เท่าตัว! รับรายได้ขายพุ่ง ลุ้นไตรมาส 4 โตต่อ

บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/2563 สิ้นสุด 30 ก.ย.2563 มีกำไรสุทธิดังนี้

โดยผลการดำเนินงานไตรมาสดังกล่าวปรับตัวขึ้นเนื่องจาก บริษัทมีรายได้จากการขายในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 จํานวน 391.51ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.92ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 79.93เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งมาจากธุรกิจหลัก ดังนี้ ธุรกิจผลิตอาหารเสริมสุขภาพ มีรายได้  298.89 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตร้อยละ 96.98 ด้าน ธุรกิจเครือข่าย มีรายได้ 79.49ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตร้อยละ 77.74

ขณะเดียวกันบริษัทมีกําไรขั้นต้นในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 จํานวน 176.11ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นใน อัตราร้อยละ 62.94โดยอัตรากําไรขั้นต้น (Gross Margin) เท่ากับ 44.98%

ด้าน นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DOD เปิดเผยถึง ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3/2563 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทฯมีรายได้จากการขาย 391.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80  และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 68.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 365 ขณะที่กำไรส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 69.45  ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 247 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทฯมีรายได้จากการขาย 1,163.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 150 และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 201.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 162  และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 173.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 119  เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปี 2563 นี้ บริษัทฯมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบจากปีก่อนท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ หากเทียบไตรมาสที่ 3 กับ ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 (QoQ) บริษัทฯมีรายได้จากการขาย 391.51 ลดลง 9% กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 68.21 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7% และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 69.45  ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 เป็นผลกระทบมาจากผลขาดทุนของบริษัทย่อยทั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA)  และบริษัท อัลทิมา ไลฟ์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากงบเดี่ยวของ DOD เทียบไตรมาสที่ 3 กับไตรมาสที่ 2 ปี 2563บริษัทฯมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 298.59 ล้าน เพิ่มขึ้น 27% กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 87.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 47% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 88.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จะเห็นได้ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทฯมีการวิจัยและพัฒนาสินค้า (R&D) ต่อเนื่อง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ปรับพฤติกรรมมาเน้นดูแลสุขภาพมากขึ้น ภายหลังจากเกิดการระบาดเชื้อโควิด-19

สำหรับกรณีการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัทฯ โดย บริษัทพีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DOD ได้มุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณประเภท สกินแคร์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่มีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง และคาดเห็นการเติบโตโดดเด่นช่วงปลายปี 2563 เป็นต้นไป

ขณะที่ธุรกิจเครือข่ายผ่านบริษัท อัลทิมา ไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DOD ได้มุ่งเน้นในการบริหารด้านการขายและค่าใช้จ่ายให้เกิดความสมดุล โดยได้หันมามุ่งเน้นการขยายตลาดผสมผสานกันทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และกลุ่มความงาม (Healthy and Beauty) อีกทั้งปรับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดให้ลดลงเนื่องจากแบรนด์และผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้างแล้ว ดังนั้นจึงมีความเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการเติบโตของ 2 บริษัทย่อยจะเป็นตัวแปรสำคัญผลักดันผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2564

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2563 นั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าจะรักษาการเติบโตต่อเนื่อง เพราะนอกเหนือจากออเดอร์ของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่มีออเดอร์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นประเภทผลิตภัณฑ์เม็ดแคปซูลเม็ดตอก และผลิตภัณฑ์ผงชงดื่มแบบบรรจุกระป๋องเข้ามาต่อเนื่องแล้ว บริษัทฯยัง มีออเดอร์ในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่กลุ่มโพรไบโอติก รูปแบบเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต (Active) ซึ่งเบื้องต้นจะเริ่มทยอยส่งมอบสินค้า และรับรู้รายได้ของกำลังการผลิตเฟสแรกตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 เป็นต้นไป

สำหรับการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโพรไบโอติก ในเฟสแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทผงในซองขนาดเล็ก 3 กรัม พร้อมรับประทานมีกำลังการผลิตอย่างน้อย 1 ล้านซองต่อเดือน คาดเป็นส่วนผลักดันรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 100 ล้านบาทต่อปี และหลังจากนั้นก็จะพิจารณาขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีแนวทางเพิ่มผลิตภัณฑ์ประเภทแคปซูลในเฟสถัดไป

นายธนิน กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า แม้บริษัทฯจะมีการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท DOD แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะงบการเงินเดี่ยวของ DOD แล้วจะพบว่าแนวโน้มรายและกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เป็นการสะท้อนถึงศักยภาพธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคสมัยใหม่ที่ปรับพฤติกรรมมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น และด้วยผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารของบริษัทฯที่ได้รับการการันตีคุณภาพจากสถาบันระดับโลก ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯรักษาอัตราการเติบโตสวนกระแสกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังซบเซา และสำหรับปี 2564 ภายหลังการปรับโครงสร้างภายในของบริษัทย่อยประสบความสำเร็จแล้วจึงเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีทองที่จะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน

 

คำค้น