ศาลปกครองฯ นัดไต่สวน ปม “รฟม.” อุทธรณ์ คดีประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 17 พ.ย.นี้

ศาลปกครองสูงสุด นัดไต่สวน ปม “รฟม.” อุทธรณ์ คดีประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 17 พ.ย.นี้

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในคดีที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BTSC ยื่นฟ้อง คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่ากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินของเอกสารคัดเลือกเอกชน และวิธีการประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนในการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การออกแบบและก่อสร้างงานโยธาส่วนตะวันตก การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรักษา โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นเหตุให้ BTSC ซึ่งเป็นผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ในวันที่ 17 พ.ย.63 เวลา 09.30 น.

คดีนี้ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของ รฟม.ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่ให้ใช้การประเมินซองที่ 2 ข้อเสนอทางเทคนิค และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน รวมกันแล้วแบ่งสัดส่วนเป็นคะแนนซองที่ 2 จำนวน 30 คะแนน และคะแนนซองที่ 3 จำนวน 70 คะแนน ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คณะกรรมการคัดเลือกฯ และ รฟม.จึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุดว่า คำสั่งทุเลาการบังคับดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ และการบริการสาธารณะของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง เพราะทำให้เกิดความล่าช้าในการคัดเลือกเอกชน ซึ่งส่งผลกระทบให้การเปิดบริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปกว่าแผนงานของรัฐบาลที่กำหนด ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนส่งผลให้รัฐเกิดภาระค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่ตามมาอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเอกชนในการลงทุนร่วมกับภาครัฐ